บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพญฺญู ความว่า ชื่อว่า พระ-
สัพพัญญู เพราะทรงรู้สิ่งทั้งปวง อันต่างด้วยเรื่องอดีตเป็นต้น เพราะ
ทรงบรรลุอนาวรณญาณอันเป็นไป แนบเนื่องด้วยความจำนงหวัง (คือ
เมื่อทรงต้องการก็ใช้ได้ทันที) สามารถตรัสรู้ธรรมทั้งปวง โดยประการ
ทั้งปวง โดยไม่ต้องอ้างถึงผู้อื่น. ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละ จึงทรงชื่อว่าเห็น
ธรรมทั้งปวง เพราะทรงเห็นธรรมทั้งปวงด้วยสมันตจักษุ. พระสัพพัญ-
ญุตญาณก็คือพระอนาวรณาณของเราตถาคตนั้นนั่นเอง, ย่อมไม่ผิดจาก
บาลีที่ว่าด้วยอสาธารณญาณ เพราะพระญาณเดียวนั่นแหล่ะตรัสไว้ ๒
ประการ เพื่อจะทรงแสดงว่าเป็นพระญาณที่ไม่ทั่วไปกับพระสาวกอื่นๆ
โดยมุ่งถึงอารมณ์ที่เกิดขึ้น. ก็คำใดที่ควรกล่าวในที่นี้ คำนั้นได้กล่าวไว้
พิสดารแล้วในอรรถกถาอิติวุตตกะ เพราะเหตุนั้น พึงทราบความนัยที่
กล่าวไว้ในอรรถกถาอิติวุตตกะนั้นเถิด. มีวาจาประกอบความว่า พระ-
สัมมาสัมพุทธเจ้า ชื่อว่าพระชินะเพราะทรงชนะมารทั้ง ๕ ชื่อว่าทรง
ประกอบด้วยมหากรุณา เพราะทรงประกอบด้วยพระกรุณาอันใหญ่หลวง
ที่ทรงน้อมให้เป็นไปในสัตว์ทุกหมู่เหล่า ที่ต่างกันโดยจำแนกว่าเป็นผู้ต่ำ
ทรามเป็นต้น ชื่อว่า พระศาสดา เพราะทรงพร่ำสอนเวไนยสัตว์ตาม
สมควรด้วยทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ สัมปรายิกกัตถประโยชน์ และปรมัตถ-
ประโยชน์ แต่นั้นแหละชื่อว่ารักษาพยาบาลสัตวโลกทั้งปวง เพราะทรง
เยียวยาโรค คือกิเลสของสัตวโลกทั้งมวล พระองค์เป็นอาจารย์ของเรา.
บทว่า ขยคามี แปลว่า เป็นเครื่องดำเนินไปสู่พระนิพพาน.
เมื่อพระเถระประกาศคุณของพระศาสดาและของพระศาสนาอย่างนี้
แล้ว โจรบางพวกกลับได้ศรัทธาบวช บางพวกประกาศความเป็นอุบาสก