บทว่า ปาราปริยสฺส ได้แก่ ผู้มีโคตรสืบ ๆ มา. บางอาจารย์
กล่าวว่า ปาราจริยสฺส ดังนี้ก็มี.
บทว่า ภิกฺขุโน ได้แก่ ผู้มีปกติเห็นภัยในสงสาร.
บทว่า เอกกสฺส แปลว่า ไม่มีเพื่อน. พระเถระแสดงกายวิเวก
ด้วย บทว่า เอกกสสฺ นี้.
บทว่า ปวิวิตฺตสฺส ได้แก่ ผู้ปรารภความสงัดด้วยการข่มกิเลสอัน
มีความสงัดเป็นเหตุ. พระเถระแสดงจิตตวิเวกด้วย บทว่า ปวิวิตฺตสฺส
นี้. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ฌายิโน ดังนี้.
บทว่า ฌายิโน ได้แก่ ผู้มีการเพ่งเป็นปกติ. อธิบายว่า ผู้
ประกอบในโยนิโสมนสิการ. พระเถระกล่าวข้อนั้นทั้งหมดการทำตนให้
เป็นเหมือนคนอื่น.
ด้วยบทว่า กิมานุปุพฺพํ เป็นต้น ท่านแสดงถึงความคิดนั้น. พึงทราบ
วินิจฉัยคาถาต้นในคาถาเหล่านั้นก่อน. บทว่า กิมานุปุพฺพํ ได้แก่ อนุปุพฺพํ
คือตามลำดับ . อธิบายว่า ในวัตรและสมาจารที่จะกล่าวตามลำดับนั่นแล
มีลำดับอย่างไร วัตรและสมาจารเหล่านั้น พึงปฏิบัติตามลำดับอะไร.
บทว่า ปุริโส กึ วตํ กึ สมาจารํ ความว่า บุรุษผู้ใคร่ประโยชน์
เมื่อประพฤติศีลสมาจารเช่นไร ซึ่งได้นามว่า วัตร เพราะอรรถว่าพึง
สมาทาน ชื่อว่าพึงเป็นผู้มีปกติทำกิจของตน คือพึงเป็นผู้มักทำกิจที่ควรทำ
และไม่พึงเบียดเบียน คือไม่พึงทำสัตว์ไร ๆ ให้ลำบาก. สมณธรรมชื่อว่า
กิจของตน โดยสังเขป ได้แก่ ศีล สมาธิและปัญญา, เมื่อบุคคลบำเพ็ญ
สมณธรรมนั้น แม้แต่เลศในการเบียดเบียนผู้อื่นย่อมไม่มี เพราะเมื่อมี
การเบียดเบียนผู้อื่น ความเป็นสมณะก็มีไม่ได้. สมจริงดังที่พระผู้มี-