โดยจักขุทวารเป็นต้น หรือเพราะไหลไปโดยส่วนทุกส่วน โดยนัยมีอาทิว่า
รูปตัณหา ฯลฯ ธรรมตัณหา. บทว่า ลตา ความว่า ชื่อว่าเถาวัลย์
เพราะเป็นดุจเครือเถา เพราะอรรถว่าร้อยรัด เพราะอรรถว่าเกาะติดแน่น
ได้แก่ตัณหา.
บทว่า อุพฺภิชฺช ติฏฺติ ความว่า แตกออกจากทวารทั้ง ๖ แล้ว
ตั้งอยู่ในอารมณ์มีรูปเป็นต้น.
บทว่า เต โสเต ความว่า ใคร คือบุรุษวิเศษ จะพึงกั้นกระแส
มีตัณหาเป็นต้นอันไหลอยู่ในสันดานของเรา ด้วยเครื่องผูกคือมรรคอัน
เป็นดุจสะพาน.
บทว่า ตํ ลตํ ได้แก่ เครือเถาคือตัณหา, ใครจะตัดคือจักตัดด้วย
ศัสตราคือมรรค.
บทว่า เวลํ กโรถ ความว่า ท่านทั้งหลายจงกระทำเขตแดน
คือสะพานให้เป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น.
บทว่า ภทฺทนฺเต เป็นบทแสดงอาการร้องเรียก.
บทว่า มา เต มโนมโย โสโต ความว่า กระแสน้ำกว้าง.
แม้มหาชนผู้เขลา ก็อาจกระทำสะพานเป็นเครื่องกั้นกระแสน้ำนั้นได้; แต่
กระแสอันเกิดทางใจนี้ ละเอียด ห้ามยาก, กระแสอันเกิดทางใจนั้น
ทำพวกท่านที่ยืนอยู่ริมฝั่งอบายให้พลันตกลงในอบายนั้น เมื่อจะให้ตกลง
สมุทรคืออบาย ก็พึงอย่าให้พัดพาไป คืออย่าให้พินาศ ได้แก่อย่าให้
ถึงความฉิบหาย เหมือนกระแสน้ำพัดมา ทำให้ต้นไม้ที่อยู่ริมฝั่งโค่น
พินาศไปฉะนั้น.
พระเถระนี้ เพราะเป็นผู้อบรมสังขารไว้ในชาติก่อน และเพราะถึง