Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 82

เล่ม มมร. 53 หน้า 82 ข้อ 389
ได้ทราบแล้ว และพึงรู้แจ้ง จักเป็นแต่เพียงได้เห็นในรูปที่ได้เห็นแล้ว จักเป็นแต่เพียงได้ฟังในเสียงที่ได้ฟังแล้ว จักเป็นแต่เพียงได้ทราบใน อารมณ์ที่ได้ทราบแล้ว จักเป็นแต่ได้รู้แจ้งในธรรมที่ได้รู้แจ้งแล้ว. ดูก่อน มาลุงกยบุตร เพราะเหตุนั้น เธอก็จะไม่มีด้วยสิ่งนั้น. ดูก่อนมาลุงกยบุตร เพราะเหตุที่เธอไม่มีด้วยสิ่งนั้น. ดูก่อนมาลุงกยบุตร เพราะเหตุนั้น เธอ ก็จะไม่มีในสิ่งนั้น. ดูก่อนมาลุงกยบุตร เพราะเหตุที่เธอไม่มีในสิ่งนั้น. ดูก่อนมาลุงกยบุตร เพราะเหตุนั้น เธอก็จะไม่มีในโลกนี้ ไม่มีในโลกหน้า ไม่มีในระหว่างโลกทั้งสอง, นี่แหละ เป็นที่สุดแห่งทุกข์ ดังนี้ เมื่อจะ ประกาศความที่ธรรมนั้นเป็นธรรมอันตนเรียนดีแล้ว จึงได้กล่าวคาถา เหล่านั้นว่า เมื่อบุคคลได้เห็นรูปแล้ว มัวใส่ใจถึงรูปนั้นว่าเป็น นิมิตที่น่ารัก สติก็หลงลืม เมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้นั้นย่อม มีจิตกำหนัดเพลิดเพลินอยู่ ทั้งยึดมั่นรูปนั้นด้วย. เวทนา มิใช่น้อยซึ่งมีรูปเป็นแดนเกิด ย่อมเจริญมากขึ้นแก่ผู้นั้น อภิชฌาและวิหิงสา ย่อมเบียดเบียนจิตของผู้นั้นให้เดือด- ร้อน. ความทุกข์ย่อมเป็นไปแก่ผู้นั้น ผู้มัวคำนึงถึงรูปอยู่ อย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกผู้นั้นว่า เป็นผู้ ห่างไกลพระนิพพาน. เมื่อบุคคลได้ฟังเสียงแล้ว มัวใส่รอเสียงนั้นว่าเป็น นิมิตที่น่ารัก สติก็หลงลืม เมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้นั้นย่อมมี จิตกำหนัดเพลิดเพลินอยู่ ทั้งยึดมั่นเสียงนั้นด้วย เวทนา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka