Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 88

เล่ม มมร. 53 หน้า 88 ข้อ 389
มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ด้วยอำนาจความชิงชังในรูปอันไม่ น่ารัก เบียดเบียนอยู่. บทว่า เอวมาจินโต ทุกฺขํ ความว่า วัฏทุกข์ย่อมเป็นไปแก่ผู้มัว คำนึงถึงอภิสังขารคือภพนั้นๆ ด้วยอำนาจความยินดีในการเสวยอารมณ์. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เพราะเวทนาเป็นปัจจัยจึงเกิด ตัณหา ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ย่อมมี ดังนี้. สำหรับบุคคล ผู้เป็นอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าไกล คือห่างไกลพระนิพพาน อธิบายว่า พระนิพพานนั้น อันบุคคลนั้นได้ยาก. แม้ในคาถามีอาทิว่า สทฺทํ สุตฺวา ก็พึงทราบเนื้อความโดยนัย ดังกล่าวแล้วนั่นแหละ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฆคฺวา แปลว่า สูดดมแล้ว. บทว่า โภตฺวา แปลว่า ลิ้มแล้ว . บทว่า ผุสฺส แปลว่า ถูกต้องแล้ว. บทว่า ธมฺมํ ตฺวา ได้แก่ รู้แจ้งธรรมารมณ์. พระเถระครั้นแสดงวัฏฏะของคนผู้กำหนัดในอารมณ์ทางทวารทั้ง ๖ อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะแสดงวิวัฏฏะพระนิพพานของคนผู้ไม่กำหนัดใน อารมณ์นั้น จึงกล่าวคำมีอาทิว่า น โส รชฺชติ รูเปสุ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น โส รชฺชติ รูเปสุ รูปํ ทิสฺวา ปฏิสฺสโต ความว่า บุคคลใดเห็นรูปแล้ว ยึดเอารูปารมณ์ที่มาอยู่ในคลอง ด้วยการสืบต่อแห่งวิญญาณอันเป็นไปในจักษุทวาร ย่อมกลับเป็นผู้ได้สติ เพราะเป็นผู้กระทำความรู้ตัวด้วยสัมปชัญญะทั้ง ๔ บุคคลนั้นย่อมไม่ กำหนัด คือไม่ทำความกำหนัดให้เกิดในรูปารมณ์ทั้งหลาย คือเป็นผู้มีจิต คลายกำหนัดรู้แจ้งอยู่โดยแท้ เมื่อรู้แจ้งตามความเป็นจริงในรูปารมณ์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka