Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 100

เล่ม มมร. 53 หน้า 100 ข้อ 390
บัดนี้ เมื่อจะประกาศถึงความมีพระเดชรุ่งโรจน์นั้นนั่นแหละ ด้วย การเปรียบด้วยพระอาทิตย์ จึงกล่าวคำมีอาทิว่า มชฺเฌ สมณสงฺฆสฺส ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาทิจฺโจว วิโรจสิ ความว่า พระ- อาทิตย์เมื่อขึ้นย่อมขจัดความมืดทั้งปวง กระทำความสว่างไพโรจน์อยู่ ฉันใด แม้พระองค์ก็ฉันนั้น ย่อมขจัดความมืดคืออวิชชาทั้งปวงทั้งภายใน และภายนอก กระทำแสงสว่างคือญาณรุ่งโรจน์อยู่. ชื่อว่าทรงมีคุณสมบัติงามน่าดู เพราะนำมาซึ่งทัศนสมบัติ สมบัติ แห่งการน่าดูอันมีอยู่ในพระองค์ เพราะทรงมีพระรูปน่าดู และเพราะ ประกอบด้วยการเห็นที่ดี ๕ ประการ. บทว่า อุตฺตมวณฺณิโน ได้เเก่ ทรงสมบูรณ์ด้วยพระวรรณะอัน อุดม. บทว่า จกฺกวตฺตี ความว่า ชื่อว่า เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เพราะ ยังจักรรัตนะให้เป็นไป, เพราะประพฤติด้วยจักรสมบัติ ๘ ประการ และ ยังคนอื่นให้ประพฤติจักรสมบัติ ประการนั้น (และ) เพราะทรงมีวัตร แห่งจักรคืออิริยาบถ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่คนอื่น, อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เพราะทรงมีวัตรแห่งอาณาจักรที่คนเหล่าอื่น ครอบงำไม่ได้ เพราะประกอบด้วยอัจฉริยธรรม ๔ และสังคหวัตถุ ๔ ดังนี้ก็มี. บทว่า รเถสโภ ได้แก่ เป็นบุรุษผู้องอาจชาติอาชาไนยในทหาร รถทั้งหลาย อธิบายว่า เป็นทหารรถผู้ใหญ่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka