ขวนขวายน้อย เราเป็นพระราชา เมื่อความเป็นราชามีอยู่ คนอื่นแม้
เป็นพระราชาย่อมปกครองไปได้ร้อยโยชน์บ้าง สองร้อย สามร้อย สี่ร้อย
ห้าร้อยโยชน์บ้าง แม้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ปกครองเพียงทวีปทั้ง ๔
เป็นที่สุดฉันใด เราเป็นผู้มีวิสัยคือเขตแดนอันกำหนดไว้ฉันนั้น หามิได้.
ก็เราเป็นธรรมราชผู้ยอดเยี่ยม ย่อมสั่งสอนโลกธาตุหาประมาณมิได้ โดย
ขวาง จากภวัคคพรหมถึงอเวจีเป็นที่สุด. ก็สัตว์ทั้งหลายชนิดที่ไม่มีเท้า
เป็นต้น มีประมาณเพียงใด เราเป็นผู้เลิศแห่งสัตว์ทั้งหลายมีประมาณ
เพียงนั้น. ก็ใคร ๆ ผู้แม้นี้เหมือนกับเราด้วยศีล. ฯลฯ หรือด้วยวิมุตติ-
ญาณทัสสนะ ย่อมไม่มี ผู้ยิ่งกว่าเราจักมีมาแต่ไหน. เรานั้นเป็นพระธรรม-
ราชาผู้ยอดเยี่ยมอย่างนี้ ย่อมยังจักรให้เป็นไปโดยธรรม กล่าวคือโพธิ-
ปักขิยธรรม อันต่างด้วยสติปัฏฐาน เป็นต้นอันยอดเยี่ยมทีเดียว คือ
ย่อมยังอาณาจักรให้เป็นไป โดยนัยมีอาทิว่า ท่านจงละสิ่งนี้ จงเข้าถึงสิ่ง
นี้อยู่ หรือยังธรรมจักรนั่นแหละให้เป็นไปโดยปริยัติธรรมมีอาทิว่า ภิกษุ
ทั้งหลาย ก็นี้แลทุกขอริยสัจ.
บทว่า จกฺกํ อปฺปติวตฺติยํ ความว่า จักรใดอันสมณะ ฯลฯ หรือ
ใคร ๆ ในโลก ให้หมุนกลับไม่ได้.
เสลพราหมณ์เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงประกาศพระองค์ออกมา
อย่างนี้ เกิดปีติโสมนัส เพื่อจะการทำให้แน่นเข้า จึงกล่าวคาถา ๒ คาถาว่า
ข้าแต่พระโคดม พระองค์ทรงปฏิญาณว่า เป็นพระ-
สัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระธรรมราชาผู้ยอดเยี่ยม ทั้ง
ยังตรัสยืนยันว่า ทรงยังจักรให้เป็นไปโดยธรรม ใครหนอ