Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 143

เล่ม มมร. 53 หน้า 143 ข้อ 392
คุณอันยิ่งใหญ่ เป็นศาสดาของโลกกับทั้งเทวโลก ได้ ตรัสว่า จงเป็นภิกษุมาเถิด เท่านี้ ความเป็นภิกษุได้มีแก่ องคุลิมาลโจรนั้นในขณะนั้นทีเดียว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิจฺเจว ได้แก่ ครั้นกล่าวแล้วดังนี้ คืออย่างนี้ ติดต่อกันไปทีเดียว. บทว่า โจโร ได้แก่ องคุลิมาล. บทว่า อสึ แปลว่า ดาบ. บทว่า อาวุธํ ได้แก่ อาวุธที่เหลือ. บทว่า โสพฺเภ ได้แก่ บ่อที่มีตลิ่งขาดรอบด้าน (บึง). บทว่า ปปาเต ได้แก่ บ่อที่มีตลิ่งขาดด้านเดียว (เหว). บทว่า นรเก ได้แก่ ช่องที่แผ่นดินแยก. ก็ในที่นี้ ท่านกล่าว ถึงเฉพาะระหว่างภูเขาซึ่งสิ่งของตกลงไปแล้ว คนอื่นไม่อาจถือเอา ด้วยบท แม้ทั้ง ๓. บทว่า อนฺวกาสิ ตัดเป็น อนุ อกาสิ ความว่า องคุลิมาลทิ้งลง ๆ คือโยนทิ้งอาวุธของตนแม้ทั้ง ๕ ชนิด ครั้นโยนทิ้งอาวุธเหล่านั้นแล้ว ก็ซบศีรษะลงที่พระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วกราบทูลว่า ขอจงให้ข้าพระองค์บวชเถิด พระเจ้าข้า. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า องคุลิมาลโจรได้ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระสุคต แล้วทูลขอ บรรพชากะพระพุทธเจ้า ณ ที่นั้นเอง. เมื่อองคุลิมาลโจรนั้นทูลขอ บรรพชาอย่างนี้ พระศาสดาทรงตรวจดูกรรมในก่อนของเขา ทรงเห็น เหตุสมบัติแห่งความเป็นเอหิภิกษุ จึงทรงเหยียดพระหัตถ์เบื้องขวาออกไป แล้วตรัสว่า จงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมเรากล่าวดีแล้ว จงประพฤติ พรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka