แสดงธรรมอันสืบ ๆ กันมาแก่บริษัท ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า
ส่วนพระองค์ไม่ทรงแสดงธรรมแก่มวลสัตว์อย่างนั้น ตรัสรู้
สัจจะทั้งหลายและโพธิปักขิยธรรมด้วยพระองค์เองแล้ว
ทรงทราบอัธยาศัย กิเลส อินทรีย์ พละและมิใช่พละ
ทรงทราบภัพบุคคลและอภัพบุคคลแล้ว จึงทรงบันลือ
เหมือนมหาเมฆ บริษัทพึงนั่งอยู่เต็มตลอดที่สุดจักรวาล
มีทิฏฐิต่าง ๆ กัน คิดต่าง ๆ กัน เพื่อจะทรงตัดความ
สงสัยของบริษัทเหล่านั้น พระองค์ผู้เป็นมุนี ทรงทราบ
จิตของบริษัททั้งปวง ทรงฉลาดในข้ออุปมาตรัสแก้ปัญหา
ข้อเดียวเท่านั้น ก็ทรงตัดความสงสัยของสัตว์ทั้งปวงได้
แผ่นดินพึงเต็มด้วยต้นไม้ หญ้า (และมนุษย์) ทั้งหลาย
มนุษย์ทั้งหมดนั้น ประนมมืออัญชลีสรรเสริญพระองค์
ผู้นายกของโลก หรือว่าเขาเหล่านั้นสรรเสริญอยู่ตลอดกัป
พึงสรรเสริญด้วยคุณต่างๆ ก็ไม่สรรเสริญคุณให้สิ้นสุด
ประมาณได้ พระตถาคตเจ้ามีพระคุณหาประมาณมิได้
ด้วยว่าพระมหาชินเจ้า อันใคร ๆ สรรเสริญแล้วด้วย
กำลังของตนเหมือนอย่างนั้น ชนทั้งหลายสรรเสริญจน
ที่สุดกัป ก็พึงสรรเสริญอย่างนี้ ๆ.
ถ้าแหละว่าใคร ๆ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ ผู้ศึกษาดี
แล้ว พึงสรรเสริญให้สุดประมาณ ผู้นั้นก็พึงได้ความ
ลำบากเท่านั้น ข้าแต่พระองค์ผู้ศากยบุตร มียศมาก