สมาบัตินั้น ครั้นเธอมีสติออกจากสมาบัตินั้นแล้ว ย่อม
พิจารณาเห็นธรรมที่ล่วงแล้ว ดับแล้ว แปรปรวนไปแล้ว
ว่า ด้วยประการนี้ เป็นอันว่า ธรรมที่ไม่มีแก่เรา ย่อมมี
ที่มีแล้ว ย่อมเสื่อมไป. เธอไม่ยินดีไม่ยินร้าย อันกิเลส
ไม่อาศัย ไม่พัวพัน พ้นวิเศษแล้ว พรากได้เเล้วในธรรม
นั้น ๆ มีใจอันกระทำให้ปราศจากเขตแดนได้เเล้วอยู่
ย่อมรู้ชัดว่า ยังมีธรรมเครื่องสลัดออกยิ่งขึ้นไปอยู่ และ
มีความเห็นต่อไปว่า ผู้ที่ทำเครื่องสลัดออกนั้นให้มาก
ก็มีอยู่.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้กล่าวชอบ พึงกล่าวชมภิกษุ
รูปใดว่า เป็นผู้ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยศีล,
เป็นผู้ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยสมาธิ, เป็น
ผู้ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยปัญญา, เป็นผู้
ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยวิมุตติ ภิกษุรูป
นั้น คือสารีบุตรนั่นเอง ที่ผู้กล่าวชอบ พึงกล่าวชม ดังนี้.
อธิบายว่า พระเถระชื่อว่า เป็นผู้มีปัญญามาก เพราะประกอบ
พร้อมด้วยความรู้อย่างกว้างขวาง เพราะบรรลุถึงความเป็นผู้มีปัญญามาก
กว้างขวาง ร่าเริง เร็วไว แหลมคม และเป็นเครื่องชำแรกกิเลส ด้วย
ประการฉะนี้. ส่วนความรู้ที่อนุโลมตามธรรม บัณฑิตพึงแสดงด้วย
สัมปสาทนียสูตรเถิด.๑ จริงอยู่ พระสูตรนั้น การคาดหมายของพระเถระ
ท่านกล่าวไว้ว่าเป็นเช่นกับพระสัพพัญญุตญาณ.
บทว่า อชโฬ ชฬสมาโน ความว่า ไม่ใช่เป็นคนเขลา แม้โดย
๑. ที. ปาฏิ. ๑๑/ข้อ ๗๓-๙๓.