ระลึกถึงธรรม ย่อมไม่เสื่อมไปจากสัพธรรม เมื่อกายและ
ชีวิตของตนเสื่อมไป ภิกษุผู้หนักในความตระหนี่กาย ติด
อยู่ด้วยควานสุขทางร่างกาย ไม่ขวนขวายบำเพ็ญเพียร
ความผาสุกทางสมณะจักมีแต่ที่ไหน ทิศทั้งหมดไม่ปรากฏ
ธรรมทั้งหลายไม่แจ่มแจ้ง ในเมื่อท่านธรรมเสนาบดีผู้
เป็นกัลยาณมิตร นิพพานแล้ว โลกทั้งหมดนี้ปรากฏ
เหมือนความมืดมน กายคตาสติย่อมนำมาซึ่งประโยชน์
โดยส่วนเดียวฉันใด กัลยาณมิตรเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่
ภิกษุผู้มีสหายล่วงลับไปแล้ว มีพระศาสดานิพพานไปแล้ว
ฉันนั้น มิตรเก่าพากันล่วงลับไปแล้ว จิตของเราไม่สมาคม
ด้วยมิตรใหม่ วันนี้เราจะเพ่งฌานอยู่ผู้เดียว เหมือนกับ
นกที่อยู่ในรังในฤดูฝนฉะนั้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะพระอานนท์ด้วยพระคาถา ๑ พระคาถา ความว่า
เธออย่าห้ามประชาชนเป็นอันมาก ที่พากันมาแต่
ต่างประเทศ ในเมื่อล่วงเวลาเฝ้า เพราะประชุมชนเหล่า
นั้นเป็นผู้มุ่งจะฟังธรรม จงเข้ามาหาเราได้ เวลานี้เป็น
เวลาที่จะเห็นเรา.
พระอานนทเถระจึงกล่าวเป็นคาถาต่อไปว่า
พระศาสดาผู้มีจักษุ ทรงประทานโอกาสให้ประชุม
ชนที่พากันมาแต่ต่างประเทศ ในเมื่อล่วงเวลาเฝ้า ไม่
ทรงห้าม เมื่อเรายังเป็นพระเสขบุคคลอยู่ ๒๕ ปี กาม-
สัญญาไม่เกิดขึ้นเลย เชิญดูความที่ธรรมเป็นธรรมดี เมื่อ