Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 386

เล่ม มมร. 53 หน้า 386 ข้อ 399
สลัดความยินดีในการเล่นและกามคุณในโลกได้หมดแล้ว ได้เข้าถึงป่าและบรรพชาเพศนี้แล้ว. ดูก่อนจิต ส่วนท่านไม่ยินดีต่อเราผู้ดำเนินตามเสีย เลย เมื่อเราพิจารณาเห็นว่าจิตนี้เป็นของเรา ไม่ใช่ของ ผู้อื่น จะประโยชน์อะไรด้วยการร้องไห้ร่ำพิไร ในเวลา ทำสงครามกับกิเลสมาร เพราะจิตทั้งหมดนี้เป็นธรรมชาติ หวั่นไหว ดังนี้จึงได้ออกบวช แสวงหาทางอันไม่ตาย. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลาย ผู้ เป็นจอมท้าวสักกเทวราช เป็นจอมสารถีฝึกนระ ตรัส ภาษิตไว้ว่า จิตนี้กวัดแกว่งเช่นวานร ห้ามได้แสนยาก เพราะยังไม่ปราศจากความกำหนัด ปุถุชนทั้งหลายผู้ไม่รู้ เท่าทัน พัวพันอยู่ในกามทั้งหลาย อันล้วนแต่เป็นของ งดงาม มีรสอร่อย น่ารื่นรมย์ใจ เขาเหล่านั้นเป็นผู้แสวง หาภพใหม่ กระทำแต่สิ่งไร้ประโยชน์ ชื่อว่าประสงค์ ทุกข์ ย่อมถูกจิตนำไปสู่นรกโดยแท้. ดูก่อนจิต แต่ก่อนท่านเคยแนะนำเราไว้ว่า ท่านจง เป็นผู้แวดล้อมด้วยเสียงร่ำร้องแห่งนกยูง และนก- กระเรียนอีกทั้งเสือเหลืองและเสือโคร่งอยู่ในป่า ท่านจง สละความห่วงใยในร่างกาย อย่ามีความอาลัยเลย. ดูก่อนจิต แต่ก่อนท่านเคยแนะนำเราว่า จงอุตส่าห์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka