Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 392

เล่ม มมร. 53 หน้า 392 ข้อ 399
เราจักผูกจิตไว้ในอารมณ์ คือกรรมฐานด้วยกำลัง ภาวนา เหมือนนายหัตถาจารย์มัดช้างไว้ที่เสาตะลุงด้วย เชือกอันมั่นคงฉะนั้น จิตนี่เราคุ้มครองดีแล้ว อบรมดีแล้ว ด้วยสติ จักเป็นจิตอันตัณหาเป็นต้น ไม่อาศัยในภพ ทั้งปวง ท่านจงตัดหางดำเนินที่ผิดเสียด้วยปัญญา ข่มใจ ให้ดำเนินไปในทางที่ลูกด้วยความเพียร ได้เห็นแจ้งทั้ง ความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป แล้วจักได้เป็นทายาท ของพระพุทธเจ้า ผู้มักแสดงธรรมอันประเสริฐ. ดูก่อนจิต ท่านได้นำเราให้เป็นไปตามอำนาจของ ความเข้าใจผิด ๔ ประการ เหมือนบุคคลจูงเด็กชาวบ้าน วิ่งวนไปฉะนั้น ท่านควรคบหาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ ตัดเครื่องเกาะเกี่ยวและเครื่องผูกเสียได้ เพียบพร้อมด้วย พระมหากรุณาเป็นจอมปราชญ์มิใช่หรือ มฤคชาติเข้าไป ยังภูเขาอันน่ารื่นรมย์ ประกอบด้วยน้ำและดอกไม้ เที่ยว ไปในป่าอันงดงามตามลำพังใจฉันใด ดูก่อนจิต ท่านก็ จักรื่นรมย์อยู่ในภูเขาที่ไม่เกลื่อนกล่น ด้วยผู้คนตามลำพัง ใจฉันนั้น เมื่อท่านไม่ยินดีอยู่ที่ภูเขา ท่านก็จักต้อง เสื่อมโดยไม่ต้องสงสัย. ดูก่อนจิต หญิงชายเหล่าใดประพฤติตามความพอใจ ตามอำนาจของท่าน แล้วเสวยความสุขใดอันอาศัยเบญจ- กามคุณ หญิงชายเหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู่โง่เขลา ตกอยู่ใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka