Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 442

เล่ม มมร. 53 หน้า 442 ข้อ 400
พระศาสดาทรงให้สลดด้วยคำมีอาทิว่าโมคคัลลานะ โมคคัลลานะ พราหมณ์ ท่านอย่าประมาทความเป็นผู้นิ่งอันประเสริฐ ดังนี้แล้ว บรรเทาถีนมิทธะ ฟังธาตุกรรมฐานที่พระศาสดาตรัสนั่นแล เจริญวิปัสสนา เข้าถึงมรรค เบื้องบน ๓ ตามลำดับ บรรลุสาวกบารมีญาณในขณะพระอรหัตผล. ด้วย เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า๑ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า อโนมทัสสี เป็นผู้ ประเสริฐสุดในโลก เป็นนระผู้องอาจ อันเทวดาและ ภิกษุสงฆ์แวดล้อมประทับอยู่ ณ ประเทศหิมวันต์ เวลานั้น เราเป็นนาคราชมีนามชื่อว่าวรุณ แปลงรูปอันน่าใคร่ได้ ต่าง ๆ อาศัยอยู่ในทะเลใหญ่ เราละหมู่นาคซึ่งเป็น บริวารทั้งสิ้น มาตั้งวงดนตรีในกาลนั้น หมู่นาคแวดล้อม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประโคมอยู่ เมื่อดนตรีของมนุษย์ และนาคประโคมอยู่ ดนตรีของเทวดาก็ประโคม พระ- พุทธเจ้าทรงสดับเสียง ๒ ฝ่ายแล้ว ทรงตื่นบรรทม เรา นิมนต์พระสัมพุทธเจ้า ทูลเชิญให้เสด็จเข้าไปยังภพของ เรา เราปูลาดอาสนะแล้วกราบทูลเวลาเสวยพระกระยา- หาร พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้นายกของโลก อันพระขีณาสพ พันหนึ่งแวดล้อมแล้ว ทรงยังทิศทุกทิศให้สว่างไสว เสด็จมายังภพของเราเวลานั้น เรายังพระมหาวีรเจ้า ผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนระผู้องอาจ ซึ่งเสด็จเข้า มา (พร้อม) กับภิกษุสงฆ์ ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ ๑. ขุ. อ. ๓๒/ข้อ ๔.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka