พระศาสดาทรงให้สลดด้วยคำมีอาทิว่าโมคคัลลานะ โมคคัลลานะ พราหมณ์
ท่านอย่าประมาทความเป็นผู้นิ่งอันประเสริฐ ดังนี้แล้ว บรรเทาถีนมิทธะ
ฟังธาตุกรรมฐานที่พระศาสดาตรัสนั่นแล เจริญวิปัสสนา เข้าถึงมรรค
เบื้องบน ๓ ตามลำดับ บรรลุสาวกบารมีญาณในขณะพระอรหัตผล. ด้วย
เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า๑
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า อโนมทัสสี เป็นผู้
ประเสริฐสุดในโลก เป็นนระผู้องอาจ อันเทวดาและ
ภิกษุสงฆ์แวดล้อมประทับอยู่ ณ ประเทศหิมวันต์ เวลานั้น
เราเป็นนาคราชมีนามชื่อว่าวรุณ แปลงรูปอันน่าใคร่ได้
ต่าง ๆ อาศัยอยู่ในทะเลใหญ่ เราละหมู่นาคซึ่งเป็น
บริวารทั้งสิ้น มาตั้งวงดนตรีในกาลนั้น หมู่นาคแวดล้อม
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประโคมอยู่ เมื่อดนตรีของมนุษย์
และนาคประโคมอยู่ ดนตรีของเทวดาก็ประโคม พระ-
พุทธเจ้าทรงสดับเสียง ๒ ฝ่ายแล้ว ทรงตื่นบรรทม เรา
นิมนต์พระสัมพุทธเจ้า ทูลเชิญให้เสด็จเข้าไปยังภพของ
เรา เราปูลาดอาสนะแล้วกราบทูลเวลาเสวยพระกระยา-
หาร พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้นายกของโลก อันพระขีณาสพ
พันหนึ่งแวดล้อมแล้ว ทรงยังทิศทุกทิศให้สว่างไสว
เสด็จมายังภพของเราเวลานั้น เรายังพระมหาวีรเจ้า
ผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนระผู้องอาจ ซึ่งเสด็จเข้า
มา (พร้อม) กับภิกษุสงฆ์ ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ
๑. ขุ. อ. ๓๒/ข้อ ๔.