ได้กล่าวคำนี้กะพรหมนั้นว่า ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้
กล่าวอย่างนี้ว่า
พระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้เป็นพระอรหันตขีณาสพ
ได้วิชชา ๓ บรรลุอิทธิญูาณ ฉลาดในเจโตปริยญาณ
ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก.
พรหมปาริสัชชะได้กล่าวคำนี้แล้ว และพรหมนั้นมีใจยินดี ชื่นชม
ภาษิตของพรหมปาริสัชชะนั้น ฉะนี้แล.
ท่านหมายเอาเรื่องดังกล่าวมานี้ จึงกล่าวว่า ก็ข้อความนี้พึงแสดง
โดยพกพรหมสูตร ดังนี้.
ด้วยบทว่า มหาเนรุโน กูฏํ นี้ ท่านกล่าวถึงขุนเขาสิเนรุทั้งสิ้น
ทีเดียว โดยจุดเด่นคือยอด. บทว่า วิโมกฺเขน อผสฺสยิ อธิบายว่า
บรรลุด้วยความรู้ยิ่งอันเป็นที่อาศัยแห่งฌานและวิโมกข์. บทว่า วนํ ได้
แก่ชมพูทวีป. จริงอยู่ ชมพูทวีปนั้น ท่านเรียกว่า วนะ เพราะมีวนะ
คือป่ามาก. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เป็นใหญ่แห่งชมพูทวีป.
บทว่า ปุพฺพวิเทหานํ ได้แก่ สถานที่แห่งปุพพวิเทหทวีป อธิบายว่า
ทวีปปุพพวิเทหะ. บทว่า เย จ ภูมิสยา นรา ความว่า พวกมนุษย์
ชาวอปรโดยานกทวีป อุตตรกุรุกทวีป ชื่อว่า คนผู้นอนบนแผ่นดิน.
จริงอยู่ คนเหล่านั้น ท่านเรียกว่า ภูมิสยะ ผู้นอนบนแผ่นดิน เพราะ
ไม่มีบ้านเรือน. เชื่อมความว่า คนทั้งหมดแม้นั้นไม่บรรลุ. ก็ข้อความ
นี้ พึงแสดงโดยการทรมานนันโทปนันทนาคราช :-
ได้ยินว่า สมัยหนึ่ง ท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดี ได้ฟังพระธรรม-
เทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วจึงทูลนิมนต์ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ