เหนื่อยหน่ายกรรมของผู้อื่น จากพุทธสาวกผู้ตรัสรู้อริยสัจ ๔. บทว่า
อาสํ มากาสิ ภิกฺขุสุ ความว่า ท่านอย่าได้ทำความหวังนี้ว่า เราทำ
ร้าย คือเบียดเบียนภิกษุทั้งหลาย.
บทว่า อิติ แปลว่า อย่างนั้น. บทว่า มารํ อตชฺเชสิ ความว่า
ท่านพระมหาโมคคัลลานะเถระกล่าวว่า ดูก่อนมาร ท่านจงเหนื่อย
หน่าย ฯ ล ฯ ในภิกษุทั้งหลาย. บทว่า เภสกฬาวเน ได้แก่ ในป่าอัน
มีชื่ออย่างนี้. บทว่า ตโต ได้แก่ เหตุคุกคาม. บทว่า โส ทุมฺมโน
ยกโข ความว่า มารนั้นเสียใจได้หายไปในที่นั้นนั่นแหละ. คือได้ถึง
การมองไม่เห็น, ก็คาถานี้ท่านตั้งไว้ในคราวสังคายนาพระธรรมวินัย.
ก็คำใดในที่นี้ท่านไม่จำแนกความไว้ในระหว่าง ๆ คำนั้นง่ายทั้งนั้น เพราะ
อรรถว่ามีนัยดังกล่าวไว้ในหนหลัง.
พระมหาเถระนี้ คุกคามมารอย่างนี้แล้ว ได้กระทำอุปการะแก่
เหล่าสัตว์ไม่ทั่วไปกับพระสาวกอื่น ๆ เช่นเที่ยวไปในเทวดา และเที่ยว
ไปในนรกเป็นต้น ในเวลาหมดอายุก็ปรินิพพานไป และเมื่อจะปรินิพพาน
แม้จะได้ตั้งปณิธานไว้ที่ใกล้บาทมูลของพระผู้มีพระภาคเจ้าอโนมทัสสี ตั้ง
แต่นั้นได้กระทำบุญอันใหญ่ยิ่งไว้ในภพนั้น ๆ ดำรงอยู่ในที่สุดแห่งสาวก-
บารมี ก็ถูกพวกโจรที่เหล่าเดียรถีย์ส่งไปเบียดเบียน เพราะกรรมเก่า
ที่ตั้งขึ้นด้วยอำนาจบาปกรรมที่ทำไว้ในระหว่าง กระทำความลำบากแก่
ร่างกายมิใช่น้อย จึงได้ปรินิพพาน. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวไว้ใน
อปทานว่า๑ :-
๑. ขุ. อ. ๓๒/ข้อ ๔.