Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 490

เล่ม มมร. 53 หน้า 490 ข้อ 401
อันตัณหามานะทิฏฐิไม่อิงแอบเลย ทั้งจำแนกธรรมเป็น ส่วน ๆ ได้ด้วยนั้น เป็นตัวอย่างเถิด พระวังคีสะได้บอก ทางไว้หลายประการ เพื่อให้ข้ามห้วงนำคือกามเป็นต้น เสีย ก็ในเมื่อพระวังคีสะได้บอกทางอันไม่ตายนั้นไว้ให้ แล้ว ภิกษุทั้งหลายที่ได้ฟังแล้ว ก็ควรเป็นผู้ตั้งอยู่ในความ เป็นผู้เห็นธรรม ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลนในธรรม. พระ- วังคีสะเป็นผู้ทำแสงสว่างให้เกิดขึ้น แทงตลอดแล้วซึ่ง ธรรมฐิติทั้งปวง ได้เห็นพระนิพพาน แสดงธรรมอันเลิศ ตามกาลเวลาได้อย่างฉับพลัน เพราะรู้มาเอง และทำให้ แจ้งมาเอง. เมื่อพระวังคีสะแสดงธรรมด้วยดีแล้วอย่างนี้ จะประมาทอะไรต่อธรรมของท่านผู้รู้แจ้งเล่า เพราะเหตุ นั้นแหละ ภิกษุพึงเป็นผู้ไม่ประมาทในคำสอนของพระ- ผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ตั้งใจศึกษาไตรสิกขาด้วย ปฏิปทาอันเลิศในกาลทุกเมื่อเถิด. ครั้งหนึ่ง พระวังคีสเถระ กล่าวคาถาชมเชยท่านพระอัญญาโกณ- ฑัญญะ ๓ คาถา ความว่า พระอัญญาโกณฑัญญเถระ เป็นผู้ตรัสรู้ตามพระ- พุทธเจ้า มีความเพียรอย่างแก่กล้า ได้วิเวกอันเป็นธรรม เครื่องอยู่ เป็นสุขเป็นนิตย์ สิ่งใดที่พระสาวกผู้กระทำ ตามคำสอนของพระศาสดาพึงบรรลุ สิ่งนั้นทั้งหมด ท่าน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka