Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 495

เล่ม มมร. 53 หน้า 495 ข้อ 401
ทั้งหลายได้ คล้ายกับลมที่รำเพยพัดมาครั้งเดียว ไม่อาจ ทำลายกลุ่มหมอกที่หนาได้ฉะนั้น โลกทั้งปวงที่มืดอยู่ แล้ว ก็จะยิ่งมืดหนักลง ถึงจะมีสว่างมาบ้าง ก็ไม่สุกใส ได้ นักปราชญ์ทั้งหลายเป็นผู้กระทำแสงสว่างให้เกิดขึ้น ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงปรีชา เหตุนั้น ข้าพระองค์จึงขอเข้า ถึงพระองค์ ผู้ที่ข้าพระองค์เข้าใจว่าทรงทำแสงสว่างให้ เกิดขึ้นได้เองเช่นนั้น ผู้เห็นแจ้ง ทรงรอบรู้สรรพธรรม ตามความเป็นจริงได้ ขอเชิญพระองค์โปรดทรงประกาศ พระนิโครธกัปปเถระ ผู้อุปัชฌายะของข้าพระองค์ที่ ปรินิพพานไปแล้ว ให้ปรากฏในบริษัทด้วยเถิด. พระผู้- มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงเปล่งพระดำรัส ก็ทรงเปล่งด้วย พระกระแสเสียงกังวาน ที่เกิดแต่พระนาสิก ซึ่งนับเข้า ในมหาบุรุษลักษณะด้วยประการหนึ่ง อันพระบุญญาธิการ ตบแต่งมาดี ทั้งเปล่งได้อย่างรวดเร็วและแผ่วเบาเป็น ระเบียบ เหมือนกับพญาหงส์ทองท่องเที่ยวหาเหยื่อ พบ ราวไพรใกล้สระน้ำ ก็ชูคอป้องปีกทั้งสองขึ้นส่งเสียงอยู่ ค่อย ๆ ด้วยจะงอยปากอันแดงฉะนั้น ข้าพระองค์ทั้งหมด ตั้งใจตรง กำลังจะฟังพระดำรัสของพระองค์อยู่ ข้า- พระองค์จักเผยการเกิดและการตาย ที่ข้าพระองค์ละมา ได้หมดสิ้นแล้ว จักแสดงบาปธรรมทั้งหมดที่เป็นเครื่อง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka