ในภพสุดท้ายในบัดนี้ เราเกิดในสกุลปริพาชก เมื่อ
เราเกิดในครั้งหลัง มีอายุได้ ๗ ปีโดยกำเนิด เราได้เป็น
ผู้รู้เวททุกคัมภีร์ แกล้วกล้าในเวทศาสตร์ มีเสียงไพเราะ
มีถ้อยคำวิจิตร ย่ำยีวาทะของผู้อื่นได้. เพราะเราเกิดที่
วังคชนบท และเพราะเราเป็นใหญ่ในถ้อยคำ เราจึงชื่อว่า
วังคีสะ เพราะฉะนั้น ถึงแม่ชื่อของเราจะเป็นเลิศ ก็เป็น
ชื่อตามสมมติตามโลก.
ในเวลาที่เรารู้เดียงสา ตั้งอยู่ในปฐมวัย เราได้พบ
พระสารีบุตรเถระ ในพระนครราชคฤห์อันรื่นรมย์ ท่าน
ถือบาตร สำรวมดี ตาไม่ล่อกแล่ก พูดพอประมาณ แลดู
ชั่วแอก เที่ยวบิณฑบาตอยู่ ครั้นเราเห็นท่านแล้วก็เป็น
ผู้อัศจรรย์ใจ ได้กล่าวบทคาถาอันวิจิตร เป็นหมวดหมู่
เหมือนดอกกรรณิการ์ เหมาะสม ท่านบอกแก่เราว่า
พระสัมพุทธเจ้าผู้นำโลกเป็นศาสดาของท่าน.
ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรเถระผู้ฉลาด ผู้เป็นนัก-
ปราชญ์นั้น ได้พูดแก่เราเป็นอย่างดียิ่ง เราอันพระเถระ
ผู้คงที่ ให้ยินดีด้วยปฏิภาณอันวิจิตร เพราะทำถ้อยคำที่
ปฏิสังยุตด้วยวิราคธรรม เห็นได้ยาก สูงสุด จึงซบ
ศีรษะลงแทบเท้าของท่าน แล้วกล่าวว่า ขอได้โปรดให้
กระผมบรรพชาเถิด.
ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรผู้มีปัญญามาก ได้นำเราไป
เฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เราซบเศียรลงแทบพระ-