Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 509

เล่ม มมร. 53 หน้า 509 ข้อ 401
ท่านไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีปฏิภาณ. ครั้งนั้น พระสังคีติ- กาจารย์ ได้รวบรวมคาถานี้ที่พระเถระอาศัยความคิดนั้น ๆ กล่าวไว้ใน กาลก่อนและภายหลัง แต่การบรรลุพระอรหัต และที่พระอานันทเถระ เป็นต้นกล่าวไว้เฉพาะพระเถระ แล้วยกขึ้นสังคายนา ความว่า ความตรึกทั้งหลายกับความคะนองอย่างเลวทรามเหล่านี้ ได้ครอบงำเราผู้ออกบวชเป็นบรรพชิต เหมือนกับบุตร ของคนผู้ยิ่งใหญ่ เป็นนักแม่นธนูมาก ทั้งได้ศึกษาวิชา ธนูศิลป์มาอย่างเชี่ยวชาญ ตั้งพันคนยิงลูกธนูมารอบตัว ให้ศัตรูหนีไปไม่ได้ฉะนั้น. ถึงแม้พวกหญิงจักมามากยิ่ง กว่านี้ ก็จักทำการเบียดเบียนเราไม่ได้ เพราะเราได้ตั้ง อยู่ในธรรมเสียแล้ว. ด้วยว่าเราได้สดับทางอันเป็นที่ให้ ถึงนิพพานของพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ อย่างชัดแจ้ง ใจของเราก็ยินดีในทางนั้น. ดูก่อนมารผู้ ชั่วร้าย ถ้าท่านยังเข้ามารุกรานเราผู้เป็นอยู่อย่างนี้ ท่านก็ จะไม่ได้เห็นทางของเรา ตามที่เรากระทำไม่ให้ท่านเห็น. ภิกษุควรละความไม่ยินดี ความยินดีและความตรึก อันเกี่ยวกับบุตรและภรรยาเสียทั้งหมด ไม่ควรทำตัณหา ดังป่าชัฏในที่ไหน ๆ อีก เพราะผู้นั้นไม่มีตัณหาเพียงดัง ป่าชัฏ จึงชื่อว่าเป็นภิกษุ. รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาศัย แผ่นดินก็ดี อากาศก็ดี อยู่ใต้แผ่นดินก็ดี ทั้งหมดล้วน ไม่เที่ยง ย่อมคร่ำคร่าไป ผู้แทงตลอดอย่างนี้แล้วย่อม เที่ยวไป เพราะเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว. ปุถุชนทั้งหลายหมก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka