Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 4 หน้าที่ 504

เล่ม มมร. 4 หน้า 504 ข้อ 503
บทภาชนะแห่งบทนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำว่า ปวาริโต นาม อสนํ ปญฺายติ เป็นต้น. เพราะบรรดาองค์ ๕ นั้น ด้วยองค์ว่า อสนํ ปญฺายติ นี้ ภิกษุ ผู้ฉันค้างอยู่ จึงเป็นอันเรียกว่า ผู้ห้ามภัต, ส่วนภิกษุใด ชื่อว่าผู้ฉันค้างอยู่, โภชนะบางอย่างภิกษุนั้นฉัน แล้ว บางอย่างยังไม่ได้ฉัน และเพราะหมายเอา โภชนะที่เธอฉันแล้ว จึงถึงการนับว่า ผู้ฉันเสร็จ ; เพราะฉะนั้น ด้วยคำว่า ภุตฺตาวี เราจึงไม่เห็นความสำเร็จประโยชน์อะไรแผนกหนึ่ง. ก็คำว่า ภุตฺตาวี นี้ บัณฑิตพึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว โดยความเป็นบทบริวาร แห่งบทว่า ปวาริตะ และโดยความเป็นพยัญชนะสละสลวย ดุจคำว่า ๒ คืน เป็นต้น ในคำว่า ๒ - ๓ คืน. . .๖ คำ ๕ คำ. . .เป็นต้น. ในองค์ว่า อสนํ ปญฺายติ เป็นต้น มีวินิจฉัยดังนี้. การฉัน ค้างปรากฏ, อธิบายว่า ถ้าบุคคลผู้กำลังฉันนี้อยู่. องค์ว่า โภชนํ ปญฺายติ ได้แก่ โภชนะเพียงพอแก่การห้าม ปรากฏอยู่. อธิบายว่า ถ้าโภชนะมีข้าวสุกเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่จะพึง ห้ามมีอยู่. องค์ว่า หตฺถปาเส ิโต มีความว่า หากทายกถือเอาโภชนะเพียง พอแก่การห้ามอยู่ในโอกาสประมาณ ๒ ศอกคืบ. องค์ว่า อภิหรติ มีความว่า ถ้าทายกนั้น น้อมภัตนั้นถวายแก่ภิกษุ นั้น ด้วยกาย. องค์ว่า ปฏิกฺเขโป ปญฺายติ คือ การห้ามปรากฏ. อธิบายว่า ถ้าภิกษุนั้นปฎิเสธโภชนะที่เขาน้อมถวายนั้น ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี. ภิกษุ ย่อมเป็นผู้ชื่อว่าห้ามภัตแล้ว ด้วยอำนาจแห่งองค์ ๕ ด้วยประการอย่างนี้แล.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka