บทว่า สมนฺตา ปริกิเรยฺยุํ ได้แก่ ปล่อยลูกศรไปรอบด้าน. หาก
จะมีคำถามว่า มีลูกศรเท่าไร ตอบว่า ลูกศรพันหนึ่งทำให้ศัตรูหนีไม่ทัน
อธิบายว่า ลูกศรหนึ่งพันไม่ทรงหน้าคนอื่นในสนามรบ.
บุตรของคนผู้ยิ่งใหญ่ประมาณ ๑,๐๐๐ ได้ศึกษามาเชี่ยวชาญ เป็น
ผู้ยิ่งใหญ่มีธนูแข็งผู้แม่นธนู แม้ในกาลไหน ๆ ก็ไม่พ่ายแพ้ในการรบ
เป็นผู้ไม่ประมาท ยืนพิงเสารอบด้าน แม้ถ้าจะพึงยิงสาดลูกศรไปไซร้
แม้นักแม่นธนูพันคนแม้ผู้เช่นนั้น ยิงลูกศรมารอบด้าน คนที่ศึกษามาดี
แล้ว จับคันศร ทำลูกศรทั้งหมดไม่ให้ตกลงในร่างกายของตน ให้ตกลง
แทบเท้า. บรรดานักแม่นธนูเหล่านั้น นักแม่นธนูแม้คนหนึ่ง ชื่อว่ายิง
ลูกศร ๒ ลูกไปรวมกัน ย่อมไม่มี, แต่หญิงทั้งหลายยิงลูกศรคราวละ ๕ ลูก
ด้วยอำนาจรูปารมณ์เป็นต้น, เมื่อยิงไปอย่างนั้น.
บทว่า เอตฺตกา ภิยฺโย ความว่า หญิงเป็นอันมากแม้ยิ่งกว่าหญิง
เหล่านี้ ย่อมขจัดโดยภาวะที่ร่าเริงด้วยกิริยาอาการแห่งหญิงเป็นต้นของตน.
บทว่า สกฺขี หิ เม สุตํ เอตํ ความว่า เรื่องนี้เราได้ยินได้ฟังมา
ต่อหน้า.
บทว่า นิพฺพานคมนํ มคฺคํ ท่านกล่าวด้วยอำนาจลิงควิปลาส,
อธิบายว่า ทางเป็นเครื่องดำเนินไปสู่พระนิพพาน. ท่านกล่าวหมายเอา
วิปัสสนา.
บทว่า ตตฺถ เม นิรโต มโน ความว่า จิตของเรายินดีแล้ว ใน
วิปัสสนามรรคนั้น.
บทว่า เอวญฺเจ มํ วิหรนฺตํ ได้แก่ เราผู้อยู่อย่างนี้ ด้วยการเจริญ
ฌานมีอนิจจลักษณะ และอสุภเป็นอารมณ์ และด้วยการเจริญวิปัสสนา.