พระศาสดามีประจักษ์อยู่ ก็ชื่อว่า พระสาวกลับหลัง เพราะพระสรีระ
ร่างของพระศาสดาไม่ประจักษ์แล้ว.
อนึ่ง พึงทราบพระสาวก ๒ พวก คือเป็นอุภโตภาควิมุตต์ ๑ เป็น
ปัญญาวิมุตต์ ๑ แต่พระสาวกที่มาในพระบาลี ในที่นี้ พึงทราบว่า เป็น
อุภโตภาควิมุตต์เท่านั้น, สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ วิโมกข์ ๘ อภิญญา ๖ เราทำ
ให้แจ้งแล้ว.
โดยประเภทพระสาวกที่มีอปทาน และไม่มีอปทานก็เหมือนกัน
ก็พระสาวกเหล่าใดมีอปทาน กล่าวคือสาวกบารมีที่เป็นไปด้วยบุญกิริยา
ในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพุทธสาวกแต่ปางก่อน
พระสาวกเหล่านั้น ชื่อว่าเป็นผู้มีอปทาน เหมือนพระเถระทั้งหลาย
ผู้มาในบาลีอปทาน ส่วนพระเถระเหล่าใดไม่มีอปทาน พระเถระเหล่านั้น
ชื่อว่าไม่มีอปทาน.
ถามว่า ก็เว้นจากความถึงพร้อมแห่งเหตุในชาติก่อนเสียทั้งหมด
การตรัสรู้สัจจะจะมีได้ไหม ? ตอบว่า มีไม่ได้. เพราะการบรรลุอริยมรรค
ย่อมไม่มีแก่ผู้เว้นจากอุปนิสัยสมบัติ เพราะการบรรลุอริยมรรคนั้นมีสภาพ
กระทำยากและเกิดมีได้ยากมาก.
สมจริงดังที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอจะสำคัญความข้อ
นั้นเป็นไฉน สิ่งไหนหนอแล ทำได้ยากกว่าหรือเกิดมีได้ยากกว่า ดังนี้
เป็นต้น. ถ้าเมื่อเป็นอย่างนั้น เพราะเหตุไร จึงกล่าวว่า ก็พระเถระ
ผู้ไม่มีอปทานนั้น ชื่อว่าไม่มีอปทานเรื่องราว. คำนี้แหละไม่พึงเห็นว่า
พระเถระเหล่าใดเว้นจากอุปนิสัยสมบัติเสียโดยประการทั้งปวง พระเถระ