Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 22

เล่ม มมร. 54 หน้า 22 ข้อ 411
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยุญฺชสฺสุ ธมฺเมหิ ความว่า จง ประกอบ คือจงทำการประกอบ ด้วยธรรมคือ สมถะและวิปัสสนาทั้งหลาย และด้วยโพธิปักขิยธรรมทั้งหลายอันประเสริฐ. บทว่า ขโณ ตํ มา อุปจฺจ- คา ความว่า ขณะทั้งหมดนี้คือ ขณะเกิดในปฎิรูปเทส ขณะมีอายตนะ ๖ ไม่บกพร่อง ขณะเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้า ขณะได้ศรัทธา ชื่อว่าย่อมก้าวล่วง บุคคลผู้ที่ไม่ทำการเจริญโยคะอย่างนี้นั้น ขณะนั้นอย่าได้ก้าวล่วงเธอไปเสีย. บทว่า ขณาตีตา ความว่า เพราะบุคคลเหล่าใดล่วงเลยขณะ และขณะนั้น ล่วงเลยบุคคลเหล่าใด บุคคลเหล่านั้นย่อมยัดเยียดกันอยู่ในนรก โศกเศร้าอยู่ คือบังเกิดในนรกนั้น เสวยทุกข์ใหญ่. บทว่า นิโรธํ ผุเสหิ ความว่า จงถูกต้อง คือจงได้ความดับกิเลส. บทว่า สญฺาวูปสมํ สุขํ อาราธยาหิ นิพฺพานํ ความว่า จงทำพระ- นิพพานที่มีความสงบระงับบาปสัญญา มีกามสัญญาเป็นต้นเป็นนิมิต เป็นสุข อย่างยิ่ง ให้สำเร็จ. บทว่า วีรา วีเรหิ ธมฺเมหิ ความว่า วีราภิกษุณี ผู้อบรม อินทรีย์ คือมีอินทรีย์มีศรัทธาเป็นต้นอันตนให้เจริญแล้ว ด้วยวีรธรรม ทั้งหลาย คือด้วยธรรมคืออริยมรรคอันสมบูรณ์ด้วยเดช ด้วยความเป็นผู้มี ปธานคือความเพียร ชนะกิเลสมารพร้อมด้วยพาหนะกับด้วยวัตถุกามทั้งหลาย ทรงไว้ซึ่งกายอันมีในที่สุด เพราะไม่เกิดอีกต่อไป พระเถรีแสดงตนทำเป็น เหมือนคนอื่น ด้วยประการฉะนี้. เรียกพระเถรีนั้นด้วยบทว่า มิตฺเต บทว่า มิตฺตรตา ความว่า จงยินดียิ่งในกัลยาณมิตรทั้งหลาย คือจงกระทำสักการะและสัมมานะในกัลยาณ- มิตรเหล่านั้น. บทว่า ภาเวหิ กุสเล ธมฺเม ความว่า จงเจริญธรรมคือ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka