Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 53

เล่ม มมร. 54 หน้า 53 ข้อ 423
ก็โดยสมัยนั้นแล หญิงแพศยาอัฑฒกาสีบรรพชาในภิกษุณีทั้งหลาย และนางประสงค์จะไปกรุงสาวัตถี เพื่ออุปสมบทในสำนักของพระผู้มีพระภาค เจ้า พวกนักเลงรู้ข่าวว่า หญิงแพศยาอัฑฒกาสีประสงค์จะไปกรุงสาวัตถี จึง ดักปล้นกลางทาง หญิงแพศยาอัฑฒกาสีรู้ว่าพวกนักเลงดักปล้นกลางทาง จึง ส่งทูตไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าพระองค์ประสงค์จะอุปสมบท จะพึง ปฏิบัติอย่างไรหนอ. ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำธรรมีกถาใน เพราะนิทานนี้ ในเพราะเรื่องนี้ ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตให้อุปสมบทแม้โดยทูต ดังนี้. พอได้อุปสมบทอย่างนี้แล้ว เธอเจริญวิปัสสนาไม่นานนักก็ได้บรรลุ พระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ใน อปทานว่า๑ ในภัทรกัปนี้มีพระพุทธเจ้าเผ่าพงศ์พรหมมียศ มาก พระนามว่า กัสสปะ ประเสริฐกว่าพวกบัณฑิต เสด็จอุบัติแล้ว ครั้งนั้น ข้าพเจ้าบวชในศาสนาของ พระพุทธเจ้านั้น สำรวมในปาติโมกข์และอินทรีย์ ๕ รู้จักประมาณในอาหาร ประกอบความเพียรเครื่องตื่น อยู่ บำเพ็ญเพียรอยู่ ข้าพเจ้ามีใจชั่วด่าภิกษุณีผู้ปราศ จากอาสวะ ได้กล่าวในคราวนั้นว่า อีแพศยา ข้าพเจ้า ต้องหมกไหม้อยู่ในนรก เพราะบาปกรรมนั้นและด้วย ธรรมที่ยังเหลืออยู่นั้น ข้าพเจ้าได้เกิดในสกุลหญิง แพศยา ต้องอาศัยคนอื่นเขาโดยมากทีเดียว และใน ชาติหลัง ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลเศรษฐีแคว้นกาสี มี รูปสมบัติเหมือนอัปสรในเทวโลก ด้วยผลแห่งพรหม- ๑. ขุ. ๓๓/ข้อ ๑๒๗ อัฑฒกาสีเถรีอปทาน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka