Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 4 หน้าที่ 554

เล่ม มมร. 4 หน้า 554 ข้อ 521
บัณฑิตอาจรู้ได้แม้ด้วยความสังเขป, จะมีประโยชน์อะไรด้วยความพิสดารใน เนยข้นแต่ละอย่างเป็นต้นนั้น. ด้วยเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้กล่าวว่า แม้ในคำว่า จงให้ด้วยเนยขึ้น เป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. แต่ถ้าภิกษุออกปากขอในที่เดียวกัน หรือในทำต่างกัน ด้วยวัตถุมีเนย- ใสเป็นต้นแม้ทั้งหมด เทของที่ได้แล้วลงในภาชนะเดียวกันทำให้เป็นรสเดียวกัน แม้เอาปลายหญ้าคาแตะหยดลงที่ปลายลิ้นหยดเดียว จากรสนั้นแล้วกลืนกิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๙ ตัว. สมจริงดังคำแม้นี้ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน คัมภีร์ปริวารว่า ภิกษุต้องปาจิตตีย์ที่เป็นไปทางกาย มิใช่ เป็นไปทางวาจาทั้งหมด (๙ ตัว) มีวัตถุ ต่าง ๆ กัน พร้อม ๆ กัน คราวเดียว, ปัญหา ข้อนี้ท่านผู้ฉลาดคิดกันแล้ว. ในคำว่า อคิลาโน คิลานสญฺี นี้ มีวินิจฉัยดังนี้:- ถ้าภิกษุ แม้เป็นผู้มีความสำคัญว่าอาพาธ ออกปากขอเภสัช ๕ เพื่อประโยชน์แก่เภสัช, พระวินัยธรพึงปรับเธอด้วยมหานามสิกขาบท. แต่เมื่อออกปากขอโภชนะ ประณีต ๙ อย่าง พึงปรับด้วยสิกขาบทนี้ . แต่โภชนะประณีต ๙ อย่างนั้น เป็น ปาฏิเทสนียวัตถุสำหรับพวกภิกษุณี. ในเพราะการออกปากขอแกงและข้าวสุก เป็นทุกกฏที่ตรัสไว้ในเสขิยบัญญัติเท่านั้น แก่ภิกษุและภิกษุณีแม้ทั้ง ๒ พวก. บทที่เหลือในสิกขาบทนี้ตื้นทั้งนั้น. สิกขาบทนี้ มีสมุฏฐาน ๔ เกิดจากทางกาย ๑ ทางกายกับวาจา ๑ ทางกายกับจิต ๑ ทางกายวาจากับจิต ๑ เป็นกิริยา โนสัญญาวิโมกข์ อจิตตกะ ปัณณัตติวัชชะ กายกรรม วจีกรรม มีจิต ๓ มีเวทนา ๓ ดังนี้แล. ปณีตโภชนะ สิกขาบทที่ ๙ จบ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka