บทว่า ตา หิตฺวา ปพฺนชิสฺสาติ ข้าพเจ้าขอหลีกเว้น หญิง
ลามก อันเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์นั้น เข้าป่าบวชเป็นฤาษี.
บทว่า วิเวกมนุพฺรูหยํ ความว่า วิเวกมี ๓ คือ กายวิเวก
จิตตวิเวก อุปธิวิเวก ในเรื่องนี้ บรรดาวิเวกทั้ง ๓ นั้น ควร
เพิ่มพูน กายวิเวกด้วย จิตวิเวกด้วย. ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า
(พราหมณมาณพกล่าวว่า) คุณแม่ครับ ผมต้องบวช กระทำ
กสิณบริกรรม ให้สมาบัติทั้ง ๘ และอภิญญาทั้ง ๕ บังเกิด
แล้ว จักปลีกกายออกจากหมู่ และพรากจิตจากกิเลส เพิ่มพูน
วิเวกนี้ จักเป็นผู้พรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า เรื่องเหย้าเรือน
สำหรับผม เลิกกันที.
พราหมณมาณพ ติเตียนหญิงทั้งหลายอย่างนี้ กราบลา
มารดาบิดาบวชแล้ว เพิ่มพูลวิเวกมีประการดังกล่าวแล้ว ได้
เป็นผู้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
แม้พระบรมศาสดา ก็ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ขึ้นชื่อว่าหญิง
ทั้งหลาย ไม่รู้จักจืดจาง ลามก มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ให้ทุกข์
อย่างนี้ ทรงแสดงโทษของหญิงทั้งหลาย ประกาศสัจธรรม.
ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุนั้นดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว. พระ-
ศาสดาทรงสืบอนุสนธิ ประชุมชาดกว่า มารดามาณพในครั้งนั้น
ได้มาเป็นภิกษุณี ชื่อ ภัททกาปิลานี ในบัดนี้ บิดาของมาณพ
ได้เป็นพระมหากัสสปะ มาณพผู้เป็นศิษย์ ได้มาเป็นพระอานนท์
ส่วนอาจารย์ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาอสาตมันตชาดกที่ ๑