Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 121

เล่ม มมร. 56 หน้า 121 ข้อ 62
ทราบว่า นางจักคลอดลูกเป็นหญิง จึงเรียกนางมาหา ให้เสบียง ให้อยู่แต่ภายในเรือนเท่านั้น พอคลอดแล้ว ก็ให้เงินส่งตัวไป ไม่ให้เด็กหญิงนั้นเห็นชายอื่น ๆ เลย มอบให้ในมือของพวกหญิง เท่านั้น เลี้ยงดูจนเจริญวัย จึงให้นางอยู่ในอำนาจของตน ระหว่าง ที่กุมารีนั้นยังไม่เติบโต ท่านปุโรหิตไม่ยอมเล่นสกาพนันกับ พระราชา ครั้นให้กุมารีอยู่ในอำนาจแล้ว ก็กราบทูลพระราชา ว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า เราเล่นพนันสกากันเถิด. พระราชาทรง รับสั่งว่า ดีละ ทรงเล่นโดยทำนองเดิมนั่นแหละ ในเวลาที่พระ- ราชาทรงขับเพลงทอดลูกบาศก์ ปุโรหิตก็กล่าวว่า " ยกเว้น มาณวิกา". ตั้งแต่นั้นมา ปุโรหิตกลับชนะ พระราชาแพ้. พระโพธิสัตว์ทรงคะเนว่า ในเรือนของปุโรหิตนี้ คงจะมี หญิงคนหนึ่ง ที่มีชายแต่คนเดียว ทรงให้อำมาตย์สืบดู ก็ทรง ทราบว่า มีจริง ทรงพระดำริต่อไปว่า ต้องให้คนทำลายศีลของ นางเสีย รับสั่งให้นักเลงผู้หนึ่งมาเฝ้า มีพระดำรัสว่า เจ้าจัก สามารถทำลายศีลแห่งหญิงของท่านปุโรหิตได้หรือไม่ ? นักเลง ผู้นั้น รับสนองพระราชประสงค์ว่า ข้าพระองค์อาจอยู่พระเจ้าข้า. ครั้งนั้นพระราชาทรงพระราชทานทรัพย์แก่เขา มีพระดำรัสว่า ถ้าเช่นนั้น จงทำให้สำเร็จโดยเร็วเถิด ทรงส่งเขาไป. เขารับ พระราชทานทรัพย์แล้ว ก็จ่ายของมีเครื่องหอม ธูปกระแจะ และการบูรเป็นต้น ไปเปิดร้านขายเครื่องหอมทุก ๆ อย่าง ไม่ ไกลเรือนของท่านปุโรหิตนั้น. แม้เรือนของท่านปุโรหิต ก็เป็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka