ไม่รู้อาการที่หญิงทั้งหลายมีมายามากนั้น หลงเชื่อมาตุคาม
จึงได้สำคัญอย่างนี้ว่า นางละอายเรา. พระราชาเมื่อจะประกาศ
ความไม่รู้ของพราหมณ์นั้น จึงตรัสอย่างนี้ นี้เป็นคำอธิบายในข้อนี้.
บทว่า อณฺฑภูตา ภตา ภริยา ความว่า <อัณฑะ ท่านเรียกว่า
พืช คือ หญิงที่ถูกนำมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นพืช คือถูกนำมาเลี้ยง
แต่ในเวลาที่ยังไม่คลอดจากต้องของแม่. อีกอย่างหนึ่ง ศัพท์ว่า
ภตา หมายถึงเป็นคำถาม คือถามว่า นั่นเป็นใคร ? เป็นภรรยา
คือเป็นเจ้าของบุตร เป็นหญิงบำเรอ. เพราะว่า หญิงนั้นท่าน
เรียกว่า ภรรยา เพราะเป็นหญิงที่ต้องเลี้ยงด้วยภัตร์ และผ้า
เป็นต้น ๑ เพราะมีความสังวรระวังอันถูกทำลายแล้ว ๑ เพราะ
ต้องเลี้ยงด้วยโลกธรรม ๑
บทว่า ชาตุ ในบาทคาถาว่า ตาสุ โก ชาตุ วิสฺสเส นี้
เป็นคำกล่าวโดยส่วนเดียว. อธิบายว่า ในเมื่อภรรยาเหล่านั้น
แม้ถึงจะถูกคุ้มกัน ตั้งแต่อยู่ในท้องของมารดา ก็ยังถึงวิการ
(นอกใจ) อย่างนี้ได้ใครเล่า คือคนฉลาด หน้าไหน จะพึงวางใจ
ได้ภรรยาได้อย่างแน่นอน ได้แก่ใครเล่า ควรจะเชื่อได้ว่า หญิง
เหล่านี้ ไม่มีวิการ (นอกใจ) ในเรา. เพราะว่าขึ้นชื่อว่า มาตุคาม
ในเมื่อมีผู้เรียกร้อง ในเมื่อมีผู้เชื้อเชิญ ด้วยอำนาจอสัทธรรม
ใคร ๆ ก็ไม่อาจรักษาไว้ได้เลย.
พระโพธิสัตว์ ทรงแสดงธรรมแก่พราหมณ์อย่างนี้.
พราหมณ์ฟังธรรมเทศนาของพระโพธิสัตว์แล้ว ไปสู่นิเวศน์