อนุโมทนาแล้ว ทรงอาราธนาให้พำนักในพระราชอุทยาน. พระ-
ดาบสก็รับพระราชอายาจนการ ฉันในพระราชวัง ถวายโอวาท
ราชสกุล พำนักอยู่ในพระราชอุทยาน ๑๖ ปี. อยู่มาวันหนึ่ง
พระราชเสด็จไปปราบปรามปัจจันตชนบทอันกำเริบ ตรัสสั่ง
พระมเหษีพระนามว่า มุทุลักขณา ว่า เธอจงอย่าประมาท จง
ปรนนิบัติพระผู้เป็นเจ้า ดังนี้ แล้วเสด็จไป.
พระโพธิสัตว์ ตั้งแต่เวลาที่พระราชาเสด็จไปแล้ว ก็ไปสู่
พระราชวัง ตามเวลาที่ตนพอใจ. อยู่มาวันหนึ่ง พระนางมุทุลักขณา
ทรงเตรียมอาหารสำหรับพระโพธิสัตว์เสร็จ ทรงดำริว่า วันนี้
พระคุณเจ้า คงช้า ก็ทรงสรงสนานด้วยพระสุคันโธทก ตกแต่ง
พระองค์ด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง ให้ลาดพระยี่ภู่น้อย ณ พื้น
ท้องพระโรง ประทับเอนพระกายรอพระโพธิสัตว์จะมา ฝ่าย
พระโพธิสัตว์ กำหนดเวลาของตนแล้ว ออกจากฌานเหาะไปสู่
พระราชนิเวศน์ทันที พระนางมุทุลักขณา ทรงสดับเสียงผ้า
เปลือกไม้ รับสั่งว่า พระผู้เป็นเจ้ามาแล้ว รีบเสด็จลุกขึ้น. เมื่อ
พระนางรีบเสด็จลุกขึ้น ผ้าที่ทรงเป็นผ้าเนื้อเกลี้ยงก็หลุดลง.
พอดีพระดาบสเข้าทางช่องพระแกล แลเห็นรูปารมณ์อันเป็น
วิสภาคของพระเทวี ก็ทำลายอินทรีย์เสียตลึงดูด้วยอำนาจความ
งาม ที่นั้นกิเลสที่อยู่ภายในของท่านก็กำเริบ เป็นเหมือนต้นไม้
มียางที่ถูกมีดกรีด ทันใดนั้นเอง ฌานของท่านก็เสื่อม เป็นเหมือน
กาปีกหักเสียแล้ว. พระโพธิสัตว์ยืนตลึงรับอาหารแล้ว ก็หา