Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 155

เล่ม มมร. 56 หน้า 155 ข้อ 67
ร่ำไห้ว่า โปรดพระราชทานเครื่องนุ่งห่มแก่หม่อมฉันเถิด เดิน วนเวียนพระราชนิเวศน์ไป ๆ มา ๆ. พระราชาทรงสดับเสียง ของนางแล้ว รับสั่งว่า พวกเจ้าจงให้ผ้าห่มแก่นาง. พวกราชบุรุษ พากันหยิบผ้าสาฎกส่งให้. นางเห็นผ้านั้นแล้วกล่าวว่า ดิฉันไม่ได้ ขอพระราชทานผ้านี้ดอก ดิฉันขอพระราชทานเครื่องนุ่งห่มคือสามี พวกมนุษย์พากันไปกราบบังคมทูลแด่พระราชา ว่า พระเจ้าข้า นัยว่าหญิงผู้นี้มิได้พูดถึงผ้านุ่งห่มนี้ นางพูดเครื่องนุ่งห่มคือสามี. พระราชาจึงรับสั่งให้นางเข้าเฝ้า มีพระราชาดำรัสถามว่า ได้ ยินว่าเจ้าขอผ้าคือสามีหรือ ? นางกราบทูลว่า พระเจ้าค่ะ พระองค์ ผู้สมมติเทพ สามีชื่อว่าเป็นผ้าห่มของสตรีโดยแท้ เพราะเมื่อ ไม่มีสามี แม้สตรีจะนุ่งผ้าราคาตั้งพันกระษาปณ์ จะต้องชื่อว่า เป็นหญิงเปลือยอยู่นั่นเอง พระเจ้าค่ะ. ก็เพื่อจะให้เนื้อความนี้ สำเร็จประโยชน์ บัณฑิตพึงนำเรื่องมาสาธกดังนี้ว่า :- " แม่น้ำที่ไม่มีน้ำ ชื่อว่า เปลือย แว่นแคว้น ที่ปราศจากพระราชาชื่อว่าเปลือย หญิงปราศจาก ผัวถึงจะมีพี่น้องตั้ง ๑๐ คน ก็ชื่อว่าเปลือย ดังนี้ ". พระราชาทรงเลื่อมใสนาง รับสั่งถามว่า คนทั้ง ๓ เหล่านี้ เป็นอะไรกับเจ้า ? นางกราบทูลว่า ขอเดชะข้าแต่พระองค์สมมติเทพ คนหนึ่ง เป็นสามี คนหนึ่งเป็นพี่ คนหนึ่งเป็นบุตร พระเจ้าค่ะ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka