Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 337

เล่ม มมร. 56 หน้า 337 ข้อ 92
เครื่องทรงนั้นไปถวายพระราชา กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้สมมติเทพ นี้เครื่องทรงของพระองค์ คนแม้ทั้ง ๕ นั้นมิใช่โจร แต่เครื่องทรงนี้ได้มาจากนางลิงในอุทยาน พระเจ้าข้า. พระราชา ตรัสถามว่า พ่อบัณฑิต ก็พ่อรู้ความที่เครื่องทรงนี้ตกอยู่ในมือ นางลิงได้อย่างไร เอาคืนมาได้อย่างไร ? พระโพธิสัตว์กราบทูล เรื่องทั้งหมดให้ทรงทราบ พระราชาทรงดีพระทัย ตรัสว่า ธรรมดา คนกล้าเป็นต้น เป็นบุคคลที่นำปรารถนา ในฐานะตำแหน่ง จอมทัพ เป็นต้น ดังนี้แล้วเมื่อจะทรงชมเชยพระโพธิสัตว์ ตรัสพระคาถานี้ ความว่า :- ยามคับขัน ย่อมปรารถนาผู้กล้าหาญ ยาม ปรึกษาการงาน ย่อมปรารถนาคนไม่พูดพล่าม ยามมีข้าวน้ำ ย่อมปรารถนาคนเป็นที่รักของตน ยามต้องการเหตุผลย่อมปรารถนา บัณฑิต ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุกฺกฏฺเ ความว่า ในยาม คับขัน คือคราวที่ทั้งสองฝ่ายเข้าประชิดกัน อธิบายว่า เมื่อการ รุกรบในสงครามกำลังดำเนินไป. บทว่า สูรมิจฺฉนฺติ ความว่า ย่อมปรารถนาผู้ที่กล้าหาญ อันมีปกติไม่รู้จักถอย แม้เมื่อสายฟ้าจะฟาดลงมาบนกระหม่อม เพราะว่าในขณะนั้น คนอย่างนี้ควรได้รับแต่งตั้ง ให้เป็นจอมทัพ. บทว่า มนฺตีสุ อกุตูหลํ ความว่า เมื่อเวลามีกิจการที่จะ ต้องปรึกษา ถึงกิจที่ควรทำและไม่ควรทำ ในเวลาปรึกษากิจการ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka