Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 573

เล่ม มมร. 56 หน้า 573 ข้อ 143
รับคำ กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้น เจ้าจงไปที่อยู่ของเรา นอนคอยเถิด ให้จิ้งจอกนอนในถ้ำทอง ตนเองคอยดูช้างซับมันอยู่ที่เชิงเขา แล้วไปที่ประตูถ้ำบอกว่า จิ้งจอกเอ๋ย เชิญแผดเสียงเถิด สุนัข- จิ้งจอก ออกจากถ้ำทอง สะบัดกาย มองสี่ทิศ หอน ๓ คาบ คิดว่า เราต้องกระโดดลงตรงกระพองช้างซับมัน พลาดไปตกที่ใกล้ เท้าช้าง ช้างยกเท้าขวาขึ้นเหยียบหัวมัน กระโหลกศีรษะแตก แหลกเป็นจุณ ทีนั้นช้างก็เอาเท้าคลึงร่างของมันทำเป็นกองไว้ ขี้รดข้างบนแล้ว ร้องก้องโกญจนาทเข้าป่าไป พระโพธิสัตว์ เห็นความเป็นไปนี้ กล่าวว่า จิ้งจอกเอ๋ย คราวนี้ เชิญเจ้าแผดเสียง ไปเถิด ดังนี้แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า "มันสมองของเจ้าไหลออกแล้ว กระ- หม่อมของเจ้าก็ถูกทำลายแล้ว ซี่โครงของเจ้า หักพังไปหมดแล้ว วันนี้เจ้าช่างรุ่งเรืองแท้" ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ลสิ แปลว่า มันสมอง. บทว่า นิปฺผลิตา แปลว่า ไหลออกแล้ว. พระโพธิสัตว์กล่าวคาถานี้แล้ว ดำรงอยู่ตลอดอายุ แล้วไป ตามยถากรรม. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุม ชาดกว่า หมาจิ้งจอกในครั้งนั้นได้มาเป็น เทวทัต ส่วนราชสีห์ ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาวิโรจนชาดกที่ ๓
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka