Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 592

เล่ม มมร. 56 หน้า 592 ข้อ 148
ทรงตรวจดูอัธยาศัยของภิกษุทั้งหลายว่า พวกภิกษุพากันพำนัก อยู่ในพระเชตวันวิหาร ด้วยความยินดีอย่างไหนเล่าหนอ ? ได้ทรงทราบความที่พวกภิกษุเหล่านั้น ต่างมีความดำริใน กามราคะ เกิดขึ้นในภายใน ก็ธรรมดาพระศาสดาย่อมรักษา หมู่สาวกของพระองค์ ประดุจหญิงมีบุตรคนเดียวถนอมบุตร ของตน ประดุจคนมีตาข้างเดียวระวังนัยน์ตาของตน ก็ปานกัน ในสมัยใด ๆ มีเวลาเช้า เป็นต้น กองกิเลสเกิดแก่หมู่สาวกนั้น ก็ไม่ทรงยอมให้กองกิเลสเหล่านั้น ของสาวกเหล่านั้น พอกพูน ไปกว่านั้น ทรงข่มเสียในสมัยนั้น ๆ ทีเดียว ด้วยเหตุนั้น พระองค์ จึงได้มีพระปริวิตกว่า กาลนี้ เป็นประดุจดังกาลที่เกิดพวกโจร ขึ้นภายในพระนคร ของพระเจ้าจักรพรรดิ ฉะนั้น เราต้อง แสดงพระธรรมเทศนาข่มกองกิเลสแล้วให้พระอรหัตผลแก่พวก เธอในบัดนี้ทีเดียว พระองค์จึงเสด็จออกจากพระคันธกุฎี มีกลิ่นหอม มีพระดำรัสด้วยพระสุรเสียงอันไพเราะ เรียกท่านพระอานนท์ ผู้เป็นขุนคลังแห่งธรรม ว่า "ดูก่อนอานนท์" พระเถระเจ้ารับ พระพุทธดำรัสว่า อะไร พระเจ้าข้า ? มาถวายบังคมยืนอยู่ ตรัสว่า อานนท์ ภิกษุมีเท่าไร ที่อยู่ในกุฏิแถวหลังสุด เธอจง ให้ประชุมกันในบริเวณคันธกุฎีทั้งหมดทีเดียว ได้ยินว่าพระองค์ ได้ทรงมีพระดำริดังนี้ว่า แม้นเราให้เรียกภิกษุ ๕๐๐ พวกนั้น เท่านั้นมาประชุม พวกเธอจักพากันสลดใจว่า พระศาสดาทรง ทราบความที่กองกิเลสเกิดขึ้น ในภายในของพวกเราแล้ว จักมิอาจ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka