โพธิสัตว์กล่าวว่า เราไม่ใช่นักบวชประจำราชสำนัก เป็นนักบวช
อยู่ป่าหิมพานต์. อำมาตย์ไปกราบทูลความนั้นแด่พระราชา
พระราชาตรัสว่า ดาบสอื่นที่เป็นผู้ใกล้ชิดของเราไม่มีดอก จง
นิมนต์ท่านมาเถิด อำมาตย์ก็ไปไหว้พระโพธิสัตว์ พูดอ้อนวอน
นิมนต์ให้เข้าไปสู่พระราชวัง. พระราชาถวายบังคมพระโพธิสัตว์
อาราธนาให้นั่งเหนือบัลลังก์ทอง ภายใต้เศวตรฉัตร ให้ฉัน
โภชนะมีรสเลิศต่าง ๆ ที่เขาจัดไว้เพื่อพระองค์ แล้วรับสั่งถามว่า
ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ พระคุณเจ้าอยู่ที่ไหนเจ้าข้า ? พระ-
โพธิสัตว์ถวายพระพรว่า มหาบพิตร อาตมาภาพ อยู่ป่าหิมพานต์
รับสั่งถามว่า บัดนี้พระคุณเจ้าจะไปที่ไหน ? ถวายพระพรว่า
มหาบพิตร อาตมาภาพกำลังสอดส่องเสนาสนะที่เหมาะแก่ฤดูฝน
รับสั่งว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ถ้าเช่นนั้น นิมนต์อยู่ในอุทยาน
ของพวกโยมเถิดขอรับ ทรงถือปฏิญญาแล้ว แม้พระองค์เองก็
เสวยเสร็จ ทรงพาพระโพธิสัตว์เสด็จไปสู่อุทยาน รับสั่งให้สร้าง
บรรณศาลา ให้กระทำที่พักกลางคืนและที่พักกลางวัน ทรง
ถวายบริขารสำหรับบรรพชิต ทรงมอบหมายให้คนเฝ้าสวน
คอยดูแล แล้วเสด็จเข้าพระนคร.
จำเดิมแต่นั้น พระโพธิสัตว์ก็อยู่ในอุทยาน แม้พระราชา
ก็เสด็จไปหาท่านวันละ สอง-สามครั้งทุก ๆ วัน ก็แลพระราชานั้น
ทรงมีพระโอรส พระนามว่า ทุฏฐกุมาร เป็นผู้มีสันดาน ดุร้าย
หยาบคาย พระราชา และพระประยูรญาติทั้งหลาย ต่างก็ไม่