ที่ไหนพวกเราจักอาศัยเธอ พากันจำเริญได้ แล้วไม่ยอมถวาย
ราชสมบัติ อันเป็นของแห่งตระกูลของเธอ จักถอดถอนเธอเสีย
เหมือนหน่อสะเดา แล้วทำการขับไล่ออกไปเสียจากแว่นแคว้น
เพราะฉะนั้น เธอจงละเว้นความเป็นผู้ตนเปรียบเหมือนต้นสะเดา
เสีย จงถึงพร้อมด้วยความอดทน ความเมตตา และความเอื้อเฟื้อ
ตั้งแต่บัดนี้ไปเถิด จำเดิมแต่นั้น พระกุมารก็หมดมานะ หมดพยศ
สมบูรณ์ด้วยความอดทน ความเมตตา และความเอื้อเฟื้อ ดำรง
อยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์ ครั้นพระชนกล่วงลับไปแล้ว ก็ได้
ครองราชสมบัติ ทรงบำเพ็ญบุญมีให้ทานเป็นต้น แล้วเสด็จไป
ตามยถากรรม.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสย้ำว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่เราทรมานลิจฉวี-
กุมารผู้ชั่วร้ายได้ แม้ในครั้งก่อนเราก็เคยทรมานเธอแล้วเหมือนกัน
ดังนี้แล้ว ทรงประชุมชาดกว่า ทุฏฐกุมารในครั้งนั้น ได้มาเป็น
ลิจฉวีกุมารนี้ พระราชาได้มาเป็นอานนท์ ส่วนดาบสผู้ให้โอวาท
ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาเอกปัณณชาดกที่ ๙