Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 446

เล่ม มมร. 57 หน้า 446 ข้อ 318
โอรสออกจากแว่นแคว้น. พรหมทัตกุมารทรงพาพระเทวีของ พระองค์พระนามว่า อสิตาภู เข้าไปสู่ป่าหิมพานต์เสวยปลา เนื้อ และผลไม้พำนักอยู่ ณ บรรณศาลา. พรหมทัตกุมารนั้น เห็นหางกินรีหางหนึ่ง มีจิตปฏิพัทธ์ คิดว่าจะเอานางกินรีนี้เป็น ชายา จึงติดตามรอยเท้านางกินรีนั้นไป มิได้คำนึงถึงพระนาง อสิตาภู. พระนางอสิตาภูเห็นพรหมทัตกุมารตามนางกินรีไป ทรงดำริว่า พรหมทัตกุมารนี้ตามนางกินรีไปมิได้คำนึงถึงเรา. เราจะต้องการอะไรจากพรหมทัตกุมารนี้ มีพระทัยคลายรัก เข้าไปหาพระโพธิสัตว์ นมัสการแล้ว ให้บอกการบริกรรมกสิณ แก่ตน เพ่งกสิณยังอภิญญาและสมาบัติให้เกิด นมัสการพระ- โพธิสัตว์กลับมายืนอยู่ที่ประตูบรรณศาลาของตน. แม้พรหมทัต ก็ติดตามนางกินรีไปเที่ยวหาก็มิได้พบแม้ทางที่นางกินรีนั้นไป หมดหวังจึงกลับมุ่งหน้ามาสู่บรรณศาลา. พระนางอสิตาภูเห็น พรหมทัตกุมารเสด็จกลับมา ลอยขึ้นสู่ไปสู่เวหา ยืนบนพื้นอากาศ มีสีดังแก้วมณี ตรัสว่า ข้าแต่โอรสเจ้า ข้าพเจ้าได้ความสุขนี้ เพราะอาศัยท่าน แล้วกล่าวคาถาแรกว่า :- พระองค์นั่นแหละได้กระทำเหตุนี้ในบัดนี้ หม่อมฉันปราศจากความรักในพระองค์แล้ว ความรักนั้นประสานกันอีกไม่ได้ ดุจงาช้างอัน ตัดขาดแล้วด้วยเลื่อยฉะนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka