Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 462

เล่ม มมร. 57 หน้า 462 ข้อ 326
ลำดับนั้น บิดาเมื่อจะบอกแก่กุมารน้อยนั้นได้กล่าว คาถาที่ ๒ ว่า :- ลูกเอ๋ย เหตุอย่างหนึ่งคือความขยันหมั่น เพียร ทำให้ได้ประโยชน์หลายอย่าง เพราะความ ขยันหมั่นเพียรนั้น ประกอบด้วยศีล ประกอบ ด้วยขันติ อาจทำมิตรทั้งหลายให้ถึงความสุข หรืออาจทำศัตรูทั้งหลายให้ถึงความทุกข์ได้. อธิบายความ บทบทหนึ่ง คือความขยันได้แก่ ความเพียร อันประกอบด้วยญาณบุคคลผู้เฉลียวฉลาด ผู้ยังลาภให้เกิด ประกอบด้วยบทมีประโยชน์มิใช่น้อย มีศีลเป็นต้น. ก็ความ เพียรนี้นั้นประกอบด้วยอาจาระและศีล พรั่งพร้อมด้วยอธิวาสน- ขันติ อาจสามารถจะยังมิตรทั้งหลายให้เป็นสุขได้ ให้เกิดความ ทุกข์แก่อมิตรทั้งหลายได้. ก็ใครเล่าผู้ประกอบด้วยกุศล วิริยะ พรั่งพร้อมด้วยญาณอันจะยังลาภให้บังเกิด ถึงพร้อมด้วยอาจาร- ขันติ จะไม่สามารถยังมิตรให้เป็นสุข หรือยังอมิตรให้เป็นทุกข์ ได้. พระโพธิสัตว์กล่าวแก้ปัญหาแก่บุตรฉะนี้. บุตรนั้นได้ยัง ประโยชน์ของตนให้สำเร็จตามนัยที่บิดาบอก ดำรงชีพไปตาม ยถากรรมแล้ว. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศ สัจจธรรม ทรงประชุมชาดก. ครั้นจบสัจจธรรม บิดาและบุตร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka