Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 97

เล่ม มมร. 58 หน้า 97 ข้อ 384
ฉันนั้น ท่านอันข้าพเจ้าขอแล้ว ขอจงให้ ดอกปทุม. ชายจมูกแหว่งนั้นโกรธต่อเศรษฐีบุตรนั้น จึงไม่ให้ดอกปทุม. ลำดับนั้น เศรษฐีบุตรที่ ๒ ได้กล่าวคาถาที่ ๒ ต่อเขาว่า :- พืชที่เขาเก็บไว้ในสารทกาล คือฤดู ใบไม้ร่วงหว่านลงในนาย่อมงอกขึ้น ฉันใด จมูกของท่านจงงอกขึ้น ฉันนั้น ท่านอัน ข้าพเจ้าขอแล้ว ขอจงให้ดอกปทุม. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สารทิกํ ได้แก่ พืชที่สมบูรณ์ ด้วยเนื้อแท้ อันบุคคลถือเอาในสารทกาล แล้วเก็บไว้. ชายจมูกแหว่งนั้นโกรธต่อเศรษฐีบุตรคนนั้นก็ไม่ให้ดอกปทุม. ลำดับนั้น เศรษฐีบุตรคนที่ ๓ กล่าวคาถาที่ ๓ ต่อเขาว่า :- คนแม้ทั้งสองนั้นพูดเพ้อไปด้วย คิดว่า ท่านจักให้ดอกปทุมบ้าง คนทั้งสองนั้น จะพูดหรือไม่พูดก็ตาม จมูกของท่านย่อม ไม่งอกขึ้น ดูก่อนสหาย ท่านจงให้ดอกปทุม ท่านอันข้าพเจ้าขอแล้วจงให้ดอกปทุมแก่ ข้าพเจ้าเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุโภปิ วิลปนฺเต เต ความว่า คนแม้ทั้งสองนั้นพูดเท็จ. บทว่า อปิ ปทุมานิ ความว่า คนทั้งสอง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka