Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 241

เล่ม มมร. 58 หน้า 241 ข้อ 444
โรงฉันแล้วได้ไปยังประตูพระราชวัง. พระเจ้าโกศลเห็นพระเถระจึง นิมนต์ให้นั่ง. ในขณะนั้นเอง นายอุยยานบาลนำเอามะม่วงหวาน ที่สุกทั้งพวง จำนวนห่อหนึ่งมาถวาย. พระราชาทรงปอกเปลือก มะม่วงแล้วใส่น้ำตาลกรวดลงไป ขยำด้วยพระองค์เองแล้วได้ถวาย พระเถระจนเต็มบาตร. พระเถระออกจากพระราชนิเวศน์ ไปยังโรงฉัน แล้วได้ให้แก่สามเณรโดยกล่าวว่า เธอจงนำรสมะม่วงนั้นไปให้มารดา ของเธอ. ราหุลสามเณรนั้นได้นำไปถวายแล้ว. พอพระเถรีบริโภค แล้วเท่านั้น โรคลมในท้องก็สงบ. ฝ่ายพระราชาทรงส่งคนไปด้วย ดำรัสสั่งว่า พระเถระไม่นั่งฉันรสมะม่วงในที่นี้ เธอจงไปดูให้รู้ว่าพระ- เถระให้ใคร. ราชบุรุษคนนั้นจึงไปพร้อมกับพระเถระ ทราบเหตุนั้น แล้วจึงมากราบทูลพระราชาให้ทรงทราบ. พระราชาทรงพระดำริว่า ถ้าพระศาสดาจักอยู่ครองเรือน จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ราหุล สามเณรจักได้เป็นขุนพลแก้ว พระเถรีจักได้เป็นนางแก้ว ราชสมบัติ ในสกลจักรวาฬจักเป็นของท่านเหล่านี้ทีเดียว ควรที่เราจะพึงอุปัฏฐาก บำรุงท่านเหล่านี้ บัดนี้. เราไม่ควรประมาทในท่านเหล่านี้ ผู้บวช แล้วเข้ามาอาศัยเราอยู่. จำเดิมแต่นั้น พระเจ้าโกศลรับสั่งให้ถวาย รสมะม่วงแก่พระเถรีเป็นประจำ. ความที่พระสารีบุตรเถระถวายรส มะม่วงแก่พระพิมพาเถรี เกิดปรากฏในหมู่ภิกษุสงฆ์. อยู่มาวันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ได้ยินว่าพระสารีบุตรเถระ ได้กระทำพระพิมพาเถรีให้อิ่มหนำด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka