พระราชาให้ทรงทราบในวันพรุ่งนี้ แล้วเสด็จกลับไปสถานที่อยู่ของ
พระองค์ทีเดียว. วันรุ่งขึ้น พระนางแสดงอาการว่า ทรงประชวร ทรง
ให้สัญญาแก่นางบำเรอทั้งหลาย แล้วทรงบรรทมอยู่. พระราชาประทับ
นั่งบนสีหาศน์ ภายใต้เศวตฉัตรทายกขึ้น ทอดพระเนตรดูเหล่า
นางนักสนมทั้งหลาย ไม่เห็นพระเทวี จึงตรัสถามนางข้าบาทบริจาริกา
ทั้งหลายว่า พระเทวีไปไหน ? นางข้าบาทบริจาริกาทั้งหลายกราบทูลว่า
พระนางทรงพระประชวรพระเจ้าข้า.พระราชาจึงเสด็จไปยังสำนักของ
พระเทวี ประทับนั่งบนข้างพระที่บรรทมแล้ว ทรงลูบพระปฤษฎางค์
ตรัสถามว่า น้องนางผู้เจริญ เธอไม่มีผาสุกสำราญอะไรหรือ ? พระ-
เทวีทูลว่า ข้าแต่มหาราช ชื่อว่าความไม่ผาสุกสำราญอย่างอื่นไม่มี แต่
กระหม่อมฉันเกิดการแพ้พระครรภ์ พระเจ้าข้า. พระราชาตรัสถามว่า
น้องนางผู้เจริญ เธอต้องการอะไร ? พระเทวีทูลว่า กระหม่อมฉัน
ต้องการผลมะม่วงชื่ออัพภันตระพระเจ้าข้า.พระราชาตรัสถามว่า เทวี
มะม่วงชื่ออัพภันตระมีอยู่ที่ไหน ? พระเทวีทูลว่าขอเดชะ กระหม่อมฉัน
จะรู้จักมะม่วงชื่อว่าอัพภันตระก็หามิได้ เป็นแต่ว่า เมื่อกระหม่อมฉัน
ได้ผลของต้นมะม่วงชื่อว่าอัพภันตระนั้น ก็จะมีชีวิตอยู่ เมื่อไม่ได้ คง
จะไม่มีชีวิตพระเจ้าข้า. พระราชาตรัสว่า. ถ้าอย่างนั้น เราจักให้นำมา
เธออย่าเสียใจไปเลย. พระราชาครั้นทรงปลอบโยนพระเทวีให้เบา
พระทัยแล้ว จึงเสด็จลุกขึ้นไปประทับนั่งบนราชบัลลังก์ รับสั่งให้
เรียกอำมาตย์ทั้งหลายมาแล้วตรัสถามว่า พระเทวีเกิดการแพ้พระครรภ์