ใคร ๆ เห็น แม้กระผมก็ไม่เห็นที่ลับในการทำบาป เมื่อจะแสดงความ
จึงกล่าวคาถา ๒ คาถานี้ว่า :-
ข้อว่าที่ลับในโลก ย่อมไม่มีแก่คนผู้
กระทำบาปกรรม ต้นไม้ที่เกิดในป่าก็ยังมีคน
เห็น คนพาลย่อมสำคัญบาปกรรมนั้นว่าเป็น
ความลับ.
ข้าพเจ้าย่อมไม่เห็นที่ลับ หรือแม้ที่ว่าง
เปล่าก็ไม่มี ในที่ใดว่างเปล่า ข้าพเจ้าไม่เห็น
ใคร ที่นั้นก็ย่อมไม่ว่างเปล่าจากตัวข้าพเจ้า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า รโห ได้แก่ ที่กำบัง. บทว่า
วนภูตานิ ได้แก่ ทั้งเกิดและมีอยู่ในป่า. บทว่า ตํ พาโล ความว่า
คนพาลย่อมสำคัญบาปกรรมนั้นว่า เราทำในที่ลับ . ด้วยบทว่า สุญฺํ
วาปิ นี้ พระโพธิสัตว์กล่าวว่า แม้ที่ที่ว่างเปล่าจากสัตว์ทูลหลายไม่มี.
อาจารย์เลื่อมใสต่อพระโพธิสัตว์นั้นจึงกล่าวว่า ดูก่อนพ่อ ใน
เรือนของเราไม่มีทรัพย์สินอะไร แต่เรามีความประสงค์จะให้ธิดาของ
เราแก่ผู้ที่สมบูรณ์ด้วยศีล เมื่อจะทดลองมาณพทั้งหลายเหล่านั้น จึงได้
ทำอย่างนี้ ธิดาของเราเหมาะสมแก่ท่านเท่านั้น แล้วประดับตกแต่งธิดา
มอบให้แก่พระโพธิสัตว์ แล้วกล่าวกะมาณพทั้งหลายนอกนี้ว่า สิ่งของ
ที่พวกเธอนำมาแล้ว ๆ จงนำไปยังเรือนของเธอทั้งหลายเถิด.