พระองค์แม้จะถึงความพินาศ กล่าวคือถูกขับไล่จากแว่นแคว้น ก็ยัง
ทรงยินดีอยู่ เฉพาะในสัจจธรรม.
พระโพธิสัตว์ได้ฟังพระเสาวณีของพระเทวี ผู้ตรัสคุณความดี
ของพระราชาอยู่อย่างนั้น เมื่อจะประกาศคุณความดีของพระเทวีนั้น
จึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า :-
หญิงใด เมื่อสามีขัดสน ก็ขัดสนด้วย
เมื่อสามีมั่งคั่ง ก็พลอยมั่งคั่งมีชื่อเสียงด้วย
หญิงนั้นแหละ นับว่าเป็นยอดภรรยาของเขา
เมื่อสามีมีเงิน หญิงภรรยาก็ย่อมมีเงินเหมือน
กัน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กิตฺติมา ความว่า เพียบพร้อม
ด้วยเกียรติ. บทว่า สา หิสฺส ปรมา ความว่า หญิงใดในเวลา
สามีเป็นคนยากจน แม้ตนเองเป็นคนยากจนก็ไม่ละทิ้งสามีนั้น. บทว่า
อฑฺฒสฺส ความว่า ในเวลาสามีมั่งคั่ง ก็เป็นคนมั่งคั่ง อนุวรรต
ตามสามี เป็นผู้ร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วย. หญิงนั้นแหละ ชื่อว่าเป็นภรรยา
ชั้นยอดเยี่ยมของเขา. บทว่า สหิรญฺสฺส ความว่า ก็เมื่อสามีมีเงิน
ตั้งอยู่ในความเป็นใหญ่ หญิงภรรยาทั้งหลายก็ย่อมมีเงินด้วย ไม่น่า
อัศจรรย์เลย.
ก็แหละ พระโพธิสัตว์ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงกล่าวคุณ