Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 652

เล่ม มมร. 58 หน้า 652 ข้อ 661
บำเพ็ญวัตรบท ๗ ประการ จึงถึงความเป็นท้าวสักกะ แต่พระองค์ ทรงห้ามการให้ทานอันเป็นเหตุแห่งความเป็นใหญ่ของพระองค์ ทรง ทำวัตรจรรยาอันมิใช่ของอารยชน แล้วได้กล่าวคาถา ๓ คาถาว่า :- ข้าแต่ท้าวสหัสสเนตร พระอริยะ ทั้งหลายกล่าวถึงบาปกรรมว่า อันอารยชน ถึงจะเป็นคนอยากจนเข็ญใจก็ไม่ควรทำ ข้า- แต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ ข้าพระบาทจะพึง เลิกละศรัทธา เพราะการบริโภคทรัพย์อันใด เป็นเหตุ ทรัพย์อันนั้นอย่าได้มีเลย. รถคันหนึ่งแล่นไปทางใด รถคันอื่น ก็แล่นไปทั้งนั้น ข้าแต่ท้าววาสวะ วัตรที่ ข้าพระบาทบำเพ็ญมาแล้วแต่ครั้งก่อน ขอจง เป็นไปเหมือนอย่างนั้นเถิด. ถ้ายังมียังเป็นอยู่ ข้าพระบาทก็จะให้ เมื่อไม่มีไม่เป็น จะให้ได้อย่างไร แม้ถึงจะ มีสภาพเป็นอย่างนี้แล้วก็ตาม ก็จะต้อง ให้ เพราะข้าพระบาทจะลืมการให้ทานเสีย มิได้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนริยํ ได้แก่ บาปกรรมอัน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka