ปัญญาทั้งหลาย เห็นผู้ขอมาแล้ว ไม่ขึ้งเคียด
เลย. ข้าแต่ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ พระ-
คุณเจ้าเป็นที่รักของโยม พระคุณเจ้าต้องประ-
สงค์อะไร ที่ควรบอกขอพระคุณเจ้าจงบอก.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาจนชีวาโน ได้แก่ผู้มีชีวิตอยู่ด้วย
การขอ. อีกอย่างหนึ่ง ปาฐะ ก็เป็น ยาจนชีวาโน นี้เหมือนกัน. มีคำ
อธิบายว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าอัฏฐิเสนะ ผู้ใดประพฤติดำรงชีพด้วยการขอ
จะเป็นสมณะก็ตาม เป็นพราหมณ์ก็ตาม ขออะไร ๆ ที่ควรขอในเวลา
ที่สมควรก็หาไม่ ผู้นั้นย่อมขจัดผู้อื่นที่เป็นผู้ให้ คือยังเขาให้เสื่อมไป
จากบุญด้วย ทั้งตนเองก็มีชีวิตอยู่ไม่เป็นสุขด้วย. บทว่า ปุญฺํ
ลเภติ ความว่า. แต่เมื่อขอสิ่งที่ควรขอในเวลาที่ควรขอ ยังผู้อื่นให้
ได้บุญด้วย ทั้งตนเองก็มีชีวิตอยู่เป็นสุขด้วย ด้วยบทว่า น เว ทุสฺสนฺติ
พระราชาทรงแสดงว่า พระคุณเจ้ากล่าวคำใดว่า ขอความบาดหมางใจ
อย่าได้มีแก่อาตมภาพเลย เหตุไฉน พระคุณเจ้าจึงกล่าวคำนั้น ? เพราะ
ว่า ผู้มีปัญญาทั้งหลาย คือเหล่าบัณฑิตผู้รู้ทั้งทานและผลของทาน เห็น
ยาจกผู้มาแล้ว ไม่ขึ้งเคียด คือไม่โกรธ แต่เป็นผู้บันเทิงใจโดยแท้. ม
อักษรในคำว่า ยาจกมาคเต ท่านกล่าวไว้ด้วยอำนาจพยัญชนสนธิ.
ความหมายก็คือ ยาจเก อาคเต ยาจกผู้มาแล้ว. บทว่า พฺรหฺมจารี
ปิโย เมสิ ความว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าอัฏฐิเสนะ ผู้ประพฤติ