Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 294

เล่ม มมร. 59 หน้า 294 ข้อ 1027
ผู้บวชเป็นฤาษี ปฏิบัติเพื่อโพธิญาณก็ดี แม้ทั้งหมดชื่อว่าเป็นผู้มีปัญญา ด้วย เป็นผู้มีศีลด้วย ท่านเหล่านั้น เป็นผู้มีปัญญา เห็นปานนี้ จะ ไม่ขอว่า ขอท่านทั้งหลายจงให้สิ่งนี้และสิ่งนี้ แก่อาตมภาพทั้งหลาย. บทว่า ธีโร เวทิตุมรหติ ความว่า ส่วนธีรชน คือบัณฑิตผู้อุปัฏฐาก ควรรู้ คือทราบความต้องการทุกอย่างของท่านเอาเองทั้งในเวลาอาพาธ และในเวลาไม่อาพาธ. บทว่า อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺนฺติ ความว่า ส่วนพระอริยเจ้าทั้งหลาย มีความต้องการสิ่งใด จะไม่เปล่งวาจาขอ แต่ จะยืนอยู่เฉพาะ ณ ที่นั้น ด้วยภิกขาจารวัตรอย่างเดียวเท่านั้น คือไม่ ให้องค์คือกายและองค์คือวาจาไหว เพราะว่า เพื่อแสดงกายวิกาล ทำ เครื่องหมายให้รู้ ก็ชื่อว่า ให้องค์คือกายไหว เมื่อทำการเปล่งวาจา ก็ชื่อว่า ให้องค์คือวาจาไหว พระอริยเจ้าทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น จะไม่ทำทั้ง ๒ อย่างนั้นยืนอยู่เฉย ๆ. บทว่า เอสา อริยาน ยาจนา ความว่า การไม่ให้องค์คือวาจาไหว ยืนอยู่เพื่อภิกษานี้ ชื่อว่า เป็นการ ขอของพระอริยเจ้าทั้งหลาย. พระราชาทรงสดับคำของพระโพธิสัตว์แล้ว เมื่อตรัสว่า ข้าแต่ พระคุณเจ้า ถ้าหากว่า อุปัฏฐากผู้มีปัญญา รู้ด้วยตนเองแล้วไซร้ ก็จะ ถวายสิ่งที่ควรถวายแก่กุลบุตร ฝ่ายโยมก็จะถวายสิ่งนี้และสิ่งนี้แก่ท่าน ทั้งหลาย ดังนี้ จึงตรัสคาถาที่ ๗ ว่า :-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka