Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 317

เล่ม มมร. 59 หน้า 317 ข้อ 1042
อย่างนี้แล้ว จึงได้ตรัสอย่างนี้. ก็อีกอย่างหนึ่ง เมื่อจะให้มหาพรหมทั้ง หมด กำหนดรู้กรรมที่พรหมนั้น พกพรหม ทำไว้ในมนุษยโลกนั่นเอง จึงตรัสคำนี้ไว้. พกพรหม นั้น ระลึกถึงกรรมที่ตนได้ทำไว้ ตามพระดำรัสของ พระศาสดาได้แล้ว เมื่อจะทำการสดุดีพระตถาคต จึงได้กล่าวคาถา สุดท้ายไว้ว่า :- พระองค์ทรงทราบอายุของข้าพระองค์นั่น ได้แน่นอนแม้สิ่งอื่นพระองค์ก็ทรงทราบเพราะ พระองค์ทรงเป็นพระพุทธเจ้าแท้จริง จริงอย่าง นั้น พระรัศมีอันรุ่งโรจน์ของพระองค์นี้ จึง ส่องพรหมโลกให้สว่างไสวอยู่. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตถา หิ พุทโธ ความว่า เพราะว่า พระองค์ทรงเป็น พระพุทธเจ้า แท้จริง อันธรรมดาว่า พระะพุทธเจ้า ทั้งหลายจะไม่มีสิ่งที่ไม่ทรงรู้ด้วยว่าท่านเท่านั้นชื่อว่าพุทธะ เพราะตรัสรู้ ธรรมทุกอย่างนั่นเอง. บทว่า ตถา หิ ตายํ ความว่า ก็อีกอย่างหนึ่ง เพราะทรงเป็น พระพุทธเจ้า นั่นเอง พระรัศมีจากพระสรีระของพระ- องค์ที่รุ่งโรจน์. บทว่า โอภาสยํ ติฏฺติ ความว่า พระรัศมีจากพระ- สรีระนี้ จึงส่องพรหมโลก แม้ทั้งหมดนี้ให้สว่างไสวอยู่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka