อย่างนี้แล้ว จึงได้ตรัสอย่างนี้. ก็อีกอย่างหนึ่ง เมื่อจะให้มหาพรหมทั้ง
หมด กำหนดรู้กรรมที่พรหมนั้น พกพรหม ทำไว้ในมนุษยโลกนั่นเอง
จึงตรัสคำนี้ไว้.
พกพรหม นั้น ระลึกถึงกรรมที่ตนได้ทำไว้ ตามพระดำรัสของ
พระศาสดาได้แล้ว เมื่อจะทำการสดุดีพระตถาคต จึงได้กล่าวคาถา
สุดท้ายไว้ว่า :-
พระองค์ทรงทราบอายุของข้าพระองค์นั่น
ได้แน่นอนแม้สิ่งอื่นพระองค์ก็ทรงทราบเพราะ
พระองค์ทรงเป็นพระพุทธเจ้าแท้จริง จริงอย่าง
นั้น พระรัศมีอันรุ่งโรจน์ของพระองค์นี้ จึง
ส่องพรหมโลกให้สว่างไสวอยู่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตถา หิ พุทโธ ความว่า เพราะว่า
พระองค์ทรงเป็น พระพุทธเจ้า แท้จริง อันธรรมดาว่า พระะพุทธเจ้า
ทั้งหลายจะไม่มีสิ่งที่ไม่ทรงรู้ด้วยว่าท่านเท่านั้นชื่อว่าพุทธะ เพราะตรัสรู้
ธรรมทุกอย่างนั่นเอง. บทว่า ตถา หิ ตายํ ความว่า ก็อีกอย่างหนึ่ง
เพราะทรงเป็น พระพุทธเจ้า นั่นเอง พระรัศมีจากพระสรีระของพระ-
องค์ที่รุ่งโรจน์. บทว่า โอภาสยํ ติฏฺติ ความว่า พระรัศมีจากพระ-
สรีระนี้ จึงส่องพรหมโลก แม้ทั้งหมดนี้ให้สว่างไสวอยู่.