Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 478

เล่ม มมร. 59 หน้า 478 ข้อ 1136
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาว ตสฺสา คตี อหุ ความว่า กระพี้ไม้นั้น ได้ให้ความสำเร็จประโยชน์มาแล้วเพียงใด กระพี้ไม้นั้น แมลงภู่ก็กัดกินเสียหมดสิ้นเพียงนั้น. บทว่า น รมตี ความว่า พระดาบสทูลว่า ดูก่อนมหาบพิตร แมลงภู่นั้น ออกจากที่นั้นแล้ว เมื่อไม่เห็นทางที่จะบินไปได้ จึงได้ร้อง คร่ำครวญอยู่ ขอพระองค์จงให้คนนำแมลงภู่นั้น ออกจากช่อฟ้าเถิด. พระราชารับสั่งให้บุรุษคนหนึ่ง นำแมลงภู่ออกได้ด้วยอุบาย. พระดาบสกราบทูลต่อไปว่า ดูก่อนมหาบพิตร ในพระราชวัง ของพระองค์ มีนกดุเหว่าที่เลี้ยงไว้ตัวหนึ่งมิใช่หรือ ? พระราชาตรัสว่า มีอยู่ขอรับ. พระดาบสกราบทูลว่า ดูก่อนมหาบพิตร นกดุเหว่านั้นคิดถึง ไพรสณฑ์ที่ตนเคยอยู่ ดิ้นรนคิดว่า เมื่อไรหนอเราจึงจะพ้นกรงนี้ ไป สู่ไพรสณฑ์ที่น่ารื่นรมย์ จึงได้ร้องขึ้นเป็นเสียงที่สี่ แม้เพราะเหตุนี้ ภัยก็มิได้มีแก่พระองค์ดังนี้ แล้วกล่าวคาถาที่ ๔ ความว่า :- ไฉนหนอ เราจึงจะจากที่นี่ไปให้พ้น จาก ราชนิเวศน์เสียได้บันเทิงใจ ชมต้นไม้กิ่งไม้ที่ มีดอก ทำรังอาศัยอยู่ตามประสาของเรา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka