บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาว ตสฺสา คตี อหุ ความว่า
กระพี้ไม้นั้น ได้ให้ความสำเร็จประโยชน์มาแล้วเพียงใด กระพี้ไม้นั้น
แมลงภู่ก็กัดกินเสียหมดสิ้นเพียงนั้น.
บทว่า น รมตี ความว่า พระดาบสทูลว่า ดูก่อนมหาบพิตร
แมลงภู่นั้น ออกจากที่นั้นแล้ว เมื่อไม่เห็นทางที่จะบินไปได้ จึงได้ร้อง
คร่ำครวญอยู่ ขอพระองค์จงให้คนนำแมลงภู่นั้น ออกจากช่อฟ้าเถิด.
พระราชารับสั่งให้บุรุษคนหนึ่ง นำแมลงภู่ออกได้ด้วยอุบาย.
พระดาบสกราบทูลต่อไปว่า ดูก่อนมหาบพิตร ในพระราชวัง
ของพระองค์ มีนกดุเหว่าที่เลี้ยงไว้ตัวหนึ่งมิใช่หรือ ?
พระราชาตรัสว่า มีอยู่ขอรับ.
พระดาบสกราบทูลว่า ดูก่อนมหาบพิตร นกดุเหว่านั้นคิดถึง
ไพรสณฑ์ที่ตนเคยอยู่ ดิ้นรนคิดว่า เมื่อไรหนอเราจึงจะพ้นกรงนี้ ไป
สู่ไพรสณฑ์ที่น่ารื่นรมย์ จึงได้ร้องขึ้นเป็นเสียงที่สี่ แม้เพราะเหตุนี้
ภัยก็มิได้มีแก่พระองค์ดังนี้ แล้วกล่าวคาถาที่ ๔ ความว่า :-
ไฉนหนอ เราจึงจะจากที่นี่ไปให้พ้น จาก
ราชนิเวศน์เสียได้บันเทิงใจ ชมต้นไม้กิ่งไม้ที่
มีดอก ทำรังอาศัยอยู่ตามประสาของเรา.