อาจารย์เดียวกันกับพระราชา. ในสมัยที่พระราชายังเป็นพระราชกุมาร
พระองค์ได้ทรงปฏิญญากะโกรกลัมพกพราหมณ์ไว้ว่า เมื่อเราได้ครอง-
ราชสมบัติแล้ว จักให้ตำแหน่งปุโรหิตกับท่าน. ครั้นพระองค์ขึ้นครอง-
ราชสมบัติแล้ว ก็ไม่อาจถอดกปิลพราหมณ์ ซึ่งเป็นปุโรหิตของพระชน
ออกจากตำแหน่งปุโรหิตได้. ก็เมื่อกปิลปุโรหิตเข้าเฝ้า พระองค์ก็ทรง
แสดงความยำเกรง ด้วยความเคารพในปุโรหิตนั้น. พราหมณ์สังเกตุ
อาการนั้นแล้วคิดว่า ธรรมดาการครองราชสมบัติ ต้องบริหารกับผู้ที่มี
วัยเสมอกันจึงจะดี เราจักทูลลาพระราชาบวช ดังนี้แล้วจึงกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ข้าพระองค์เป็นคนแก่ ที่เรือนมีกุมารอยู่คน
หนึ่ง ขอพระองค์จงตั้งกุมารนั้นให้เป็นปุโรหิต ข้าพระองค์จับบวช ขอ
พระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้วตั้งบุตรไว้ในตำแหน่งปุโรหิต เข้า
พระราชอุทยาน บวชเป็นฤาษี ยังฌานและอภิญญาให้เกิดแล้ว อยู่
ในพระราชอุทยานนั้นเอง โดยอาศัยบุตรเป็นผู้บำรุง.
โกรกลัมพกพราหมณ์ ผูกอาฆาตพี่ชายว่า พี่ชายของเรานี้แม้
บวช ก็ยังไม่ให้ฐานันดรแก่เรา วันหนึ่งขณะที่สนทนากัน พระราชา
ตรัสถามว่า โกรกลัมพกะ ท่านไม่ได้ตำแหน่งปุโรหิตดอกหรือ ? เขา
กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ไม่ได้
ทำ พี่ชายของข้าพระองค์ทำ.
พระราชารับสั่งว่า ก็พี่ชายของท่านบวชแล้ว มิใช่หรือ ?
เขาทูลว่า พระเจ้าข้า เขาบวชแล้ว แต่เขาได้ให้พระองค์ประ-