Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 542

เล่ม มมร. 59 หน้า 542 ข้อ 1170
พระเจ้าอุปริจรราช ได้สดับโอวาทแล้ว มีพระหทัยกลัว ทอด. พระเนตรดูโกรกลัมพกพราหมณ์. ลำดับนั้น โกรกลัมพกพราหมณ์ จึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ขอพระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระ- องค์ ได้กราบทูลเรื่องนี้แก่พระองค์ไว้ก่อนแล้ว มิใช่หรือ ? พระ- ราชาถึงจะได้ทรงสดับคำของกปิลปุโรหิตแล้วก็ตาม แต่เพื่อจะรักษา พระดำรัสของพระองค์ไว้ จึงได้ตรัสว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านเป็น น้องชายโกรกลัมพกะเป็นพี่ชาย. ทันใดนั้น เทพบุตรทั้ง ๔ องค์กล่าว ว่า พวกเราจักไม่อารักขาคนมุสาวาทเช่นท่าน แล้วได้ทิ้งพระขรรค์ไว้ ใกล้บาทพระราชา อันตรธานไปพร้อมกันที่พระราชาได้ตรัสมุสาวาท. พระโอฐก็มีกลิ่นเหม็นเหมือนฟองไข่เน่าแตก พระวรกายก็มีกลิ่นเหม็น เหมือนเวจกุฎีที่เปิดไว้ ฟุ้งตลบไป. พระราชาก็ตกจากอากาศ ประทับ อยู่บนแผ่นดิน ฤทธิ์ทั้ง ๔ ได้เสื่อมไปแล้ว. ลำดับนั้น มหาปุโรหิตได้ กราบทูลพระราชาว่า ข้าแต่พระราชาผู้เป็นใหญ่ ขอพระองค์อย่าได้ทรง กลัวเลย ถ้าพระองค์ตรัสสัจวาจาไซร้ ข้าพระองค์จักทำสิ่งทั้งปวงให้ กลับเป็นปกติแด่พระองค์ แล้วกล่าวคาถาที่ ๓ ความว่า :- ข้าแต่พระเจ้าเจติยราช ถ้าพระองค์ตรัส สัจวาจา พระองค์ก็จะประทับอยู่ในพระราชวัง ตามเดิมได้ ถ้ายังตรัสมุสาวาทอยู่ พระองค์ก็ จะดำรงอยู่ได้เพียงบนพื้นดิน ไม่สามารถจะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka